“พิทักษ์ชน” นั่งประธานสาขาพรรคกล้าธรรมภาคอีสาน ขณะที่ “ธรรมนัส”ตั้งเป้าเลือกตั้งปี 70 ต้องมีผู้สมัครครบ 400 เขต ปักธงตั้งเก้าอี้ สส.ขอนแก่น บอกไม่ทราบกระแสข่าว “อัครา”หลุดเก้าอี้ ครม. เพราะเจ้าตัวเป็นสมาชิก พท.
เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 29 มี.ค.2568 ที่โรงแรม พูลแมน ขอนแก่น ราชา ออดคิด ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส. พะเยา ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม (กธ.) พร้อมด้วย นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะหัวหน้าพรรคกล้าธรรม,นายเอกราช ช่างเหลา ส.ส.ขอนแก่น เขต 4 พรรคภูมิใจไทย และ นายวัฒนา ช่างเหลา นายก อบจ.ขอนแก่น ร่วมมอบช่อดอกไม้ เพื่อแสดงความยินดีให้กับนายพิทักษ์ชน ช่างเหลา ในโอกาสได้รับความไว้วางใจจากสมาชิกพรรคกล้าธรในหลายจังหวัดภาคอีสาน ให้ดำรงตำแหน่งประธานสาขาพรรคกล้าธรรมภาคอีสาน ในการประชุมใหญ่จัดตั้งสาขาพรรคกล้าธรรมสาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมี คณะกรรมการบริหารพรรค ,ส.ส.พรรคกล้าธรรมจากหลายจังหวัดและสมาชิกพรรคกล้าธรรมร่วมแสดงความยินดีและเป็นสักขีพยานจำนวนมาก
ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า การตั้งสาขาพรรคในพื้นที่ภาคอีสานครั้งนี้ เป็นการวางเป้าหมายในการเลือกตั้งปี 70 เพราะเรามีการเตรียมการสำหรับการเลือกตั้งในปีต่อไป ไม่ว่าจะปีไหนก็ตามเราต้องมีความพร้อม ส่วนในปี 68 จะเตรียมว่าที่ผู้สมัครให้ครบทุกเขต ซึ่ง ตอนนี้ได้หารือกับหัวหน้าพรรคว่าเราทำสาขาพรรคทั้ง 4 ภาค ตัวแทน 77 จังหวัด หลังจากนี้จะเริ่มเฟ้นหาว่าที่ผู้สมัครทั้ง 400 เขต ขณะที่การเลือกตั้งซ่อม สส. นครศรีธรรมราช เขต 8 นั้น เวลานี้เราได้เตรียมว่าที่ผู้สมัคร สส.ไว้แล้ว แต่เรากำลังดูว่าพรรคร่วมรัฐบาลจะคุยกันอย่างไรซึ่ง การเลือกตั้งถ้าพรรคร่วมรัฐบาลได้คุยกันแล้ว สมมุติว่ามีมติไม่ส่งผู้สมัคร พรรคกล้าธรรมก็จะไม่ส่ง แต่ถ้าพรรคร่วมรัฐบาลพรรคใดพรรคหนึ่งส่ง หมายความว่าส่งแข่ง พรรคกล้าธรรมก็จะส่ง
“เขต8 นครศรีธรรมราชนั้นว่าที่ผู้สมัคร สส.ของเราเป็นบุคคลที่อยู่ในพื้นที่มานาน ซึ่งในเรื่องของการทำงานทางการเมืองหากเราเปิดใจกว้าง ซึ่งมันก็ไม่ใช่ว่าจะเกิดขึ้นครั้งแรก เรามีการเลือกตั้งซ่อมที่ จ.นครศรีธรรมราชตั้งแต่ครั้งที่แล้ว ซึ่งเป็นการแข่งขันกันระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกัน พอเลือกตั้งจบก็จบ อย่างไรก็ตามตอนนี้พรรคกล้าธรรมเป็นพรรคหนึ่งที่หาผู้สมัคร สส. ซึ่งเราก็รอให้อีก 2 พรรคที่เป็นฐานเสียงเดิม คุยกันก่อน”
ร.อ.ธรรมนัส กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับกระแสข่าวว่า นายอัครา พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะน้องชาย อาจจะหลุดจากตำแหน่งในการปรับ ครม. ประเด็นนี้นั้นตนเองไม่ทราบ เพราะน้องชายตนเข้ามาในฐานะสมาชิกพรรคเพื่อไทย ไม่ได้เกี่ยวกับพรรคกล้าธรรม ดังนั้นการที่พรรคเพื่อไทยจะตัดสินใจอย่างไรก็เป็นเรื่องของพรรคเพื่อไทย ตนเองจึงไม่ก้าวล่วง ส่วนประเด็นการปรับ ครม.ในส่วนของกล้าธรรม นั้นเรื่องนี้ยังถือว่าอีกไกลและไม่ใช่อำนาจของเราในการออกมาพูดและวิจารณ์เรื่องการปรับ ครม. เพราะตนเองมองว่าเป็นการเสียมารยาททางการเมืองเพราะเป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะเมื่อเกิดสถานการณ์ แผ่นดินไหวเมื่อวานนี้ (28 มีนาคม 2568) ไม่ควรจะมาพูดถึงเรื่องการเมือง
“ตนเคยบอกไปแล้วว่าอย่าเรียกคนกลุ่มนี้ ว่างูเห่าเพราะบุคคลเหล่านี้อยากจะร่วมรัฐบาล อย่างบางพรรคที่เป็นพรรคขนาดเล็ก เขาก็มาทั้งพรรค มาร่วมอุดกการณ์กับรัฐบาล ไปเรียกเขาว่างูเห่าไม่ได้ส่วนการออกมาเปิดเผยถึงการซื้อเสียงโหวตนั้นตนเองคิดว่าไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปทำแบบนั้น ขนาดนี้ไม่เหมือนกับยุคในสมัยรัฐบาลยุคก่อน เพราะขณะนี้รัฐบาลมี 319 เสียง ถือว่ามีความมั่นคงแล้ว ก็เป็นเรื่องปกติส่วน สส. พรรคใดที่อยากร่วมรัฐบาลก็เป็นเรื่องปกติ อย่างไรก็ตามโดยส่วนตัวรู้จักกับคนในสภาเยอะ ตนกับพี่น้องพรรคต่างๆให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน มาโดยตลอด สมัยที่ตนเป็น รมว.เกษตรและสหกรณ์ ก็ให้ความช่วยเหลือในพื้นที่ เขามาด้วยความศรัทธามากกว่า ไม่ใช่เรื่องสินจ้างหรือทรัพย์สินเงินทอง”