นักเรียนขอนแก่น ร่วมหยุดเรียนออนไลน์ต่อเนื่องเป็นวันที่ 2

นักเรียนขอนแก่น ร่วมหยุดเรียนออนไลน์ต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 ขานรับปฎิบัติการนักเรียนเลว ไล่ “ลุงตุ่” พ้นรัฐบาล ขณะที่แกนนำเผย ทุกคนไม่ได้ขี้เกียจเรียนแต่ต้องการแสดงออกถึงการปฎิรูปและแกไขปัญหาที่ชัดเจน เนื่องจากทุกฝ่ายดันเปิดเทอม แต่ทำไมมาตรการควบคุมและป้องกันยังหละหลวม วัคซีนก็ยังไม่ได้รับ การศึกษาไทยยังไม่ปฎิรูปและเหลื่อมล้ำชัดเจน หวั่นเด็กไทยกว่า 1.8 ล้านคนหลุดวงจรการศึกษา

 

 

เมื่อเวลา15.30 น. วันที่ 7 ก.ย.2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังจากที่เครือข่ายนักเรียนเลวได้กำหนดจัดกิจกรรมหยุดเรียนออนไลน์ พร้อมกันทั่วัท้งประเทศ โดยเริ่มกำหนดจัดกิจกรรมมาตั้งแต่วันที่ 6 ก.ย. ที่ผ่านมาและจะสิ้นสุดการจัดกิจกรรมในวันที่ 10 ก.ย. โดยได้รับความสนใจจากเครือข่ายนักเรียนจากจังหวัดต่างๆที่ต่างหยุดเรียนออนไลน์ในวันนี้อย่างมาก เพื่อแสดงออกถึงข้อเรียกร้อง 5 ข้อตามที่เครือข่ายนักเรียนเลวได้ดำเนินการจัดกิจกรรมในด้านต่างๆตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ซึ่งจากการลงพื้นที่ตรวจสอบของทีมข่าวพบว่าเครือข่ายนักเรียน KKC รวมไปถึงเครือข่ายกลุ่มผู้ชุมนุมที่เป็นนักเรียนและนักศึกษาในเขต จ.ขอนแก่น ต่างพร้อมกันใจหยุดเรียน หรือ Strike การเรียนออนไลน์ในวันนี้เป็นจำนวนมาก

 

น.ส.เพ็ญณิชา ประถมเสาวนีย์ แกนนำ เครือข่ายนักเรียน KKC กล่าวว่า การพร้อมใจกันหยุดเรียนออนไลน์ต่อเนื่องเป้นวันที่ 2 วันนี้ยังคงได้รับความร่วมมือจากนักเรียนโรงเรียนต่างๆที่มีเจตนารมณ์และอุดมการณ์เดียวกันร่วมหยุดเรียนในทุกรายวิชา ตามที่เครือข่ายนักเรียนเลวได้กำหนดจัดกิจกรรมตลอดทั้งสัปดาห์นี้เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ตามข้อเรียกร้อง 5 ข้อ ประกอบด้วยการให้กระทรวงศึกษาธิการต้องออกคำสั่งปรับรูปแบบการศึกษาให้สอดรับกับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน รัฐบาลต้องนำวัคซีนที่มีคุณภาพฉีดให้กับคนไทยทุกคนอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม,กระทรวงศึกษาธิการต้องจัดช่องทางไว้ช่วยเหลือนักเรียนที่ได้รับผลกระทบจากการเรียนออนไลน์รวมไปถึงการเร่งทำให้การศึกษาของไทยมีคุณภาพที่ทั่วถึง ไม่มีค่าใช้จ่ายลดความเหลื่อมล้ำตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญและหากสถานศึกษายังไม่สามารถเปิดได้ กระทรวงศึกษาธิการต้องทำให้นักเรียนที่ขาดแคลน เข้าถึงการเรียนออนไลน์ที่เหมาะสม

 

“กลุ่มนักเรียน kkc ได้มีการคุยกันกับกลุ่มนักเรียนเลวทั่วประเทศ สำหรับการกลับมาเปิดเรียนเทอม2 ซึ่งถ้ากลับไปเรียนที่โรงเรียนเหมือนเดิมทั้งที่รัฐบาลยังไม่ทำอะไรเลยก็ยังไม่เห็นด้วยกับการเรียนออนไซต์ สุดท้ายแล้วกฎเกณฑ์ต่างที่รัฐบาลพยายามทำก็ยังมีคนติดเชื้ออยู่ดี ซึ่งก็เสี่ยงต่อตัวนักเรียนเอง รัฐบาลควรฉีดวัคซีนให้ครบทุกคนก่อนถึงจะสามารถกลับไปเรียนออนไซต์ได้ แต่ถ้ายังได้วัคซีนไม่ครบรัฐบาลก็ต้องมีวิธีแก้ไขอื่นในการเรียนออนไลน์เพื่อทำให้ระบบปรับเข้ากับนักเรียนได้อย่างเหมาะสม”

 

น.ส.เพ็ญณิชา กล่าวต่ออีกว่า เครือข่ายนักเรียน KKC ได้มีการเปิดพื้นที่พูดคุยกันในทวิตเตอร์ทั้งนักเรียนและผู้ปกครอง ซึ่งก็มีผู้ปกครองแสดงความคิดเห็นมาว่าถ้ายังไม่ได้วัคซีนครบก็ยังไม่สามารถใช้ชีวิตตามปกติไม่ได้แล้วจะให้ลูกไปเรียนได้ยังไง ขณะเดียวกันการปฏิรูปการศึกษาจะเกิดขึ้นไม่ได้ ซึ่งเราต้องยอมรับก่อนว่าการศึกษาไทยมันมีความเลื่อมล้ำขนาดไหนและก็มีเด็กที่เสี่ยงจะหลุดจากระบบการศึกษาไทยไปมากถึง 1.8 ล้านคน ดังนั้นตอนนี้คือจะทำอย่างไรให้เด็กกลุ่มนี้กลับมาเรียนได้ก่อนอย่าพึ่งให้เด็กหลุดออกจากระบบการศึกษามากไปกว่านี้ ซึ่งต้องยอมรับว่าการเรียนออนไลน์ที่สอนอยู่ในปัจจุบันยังไม่ตอบโจทย์มากเท่าที่ควรแต่จริงแล้วการเรียนออนไซต์ที่ผ่านก็ไม่ได้ตอบโจทย์กับนักเรียนอยู่แล้ว

 

” ระบบที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยตอนนี้ค่อยข้างมีปัญหาหลายอย่างวิชาที่ใช้สอบก็ไม่ตรงกับเนื้อหาที่เรียนในโรงเรียนอยู่ดี ก็ต้องไปเรียนพิเศษข้างนอกเสริม การทำผลงานที่จะใช้เข้ามหาวิทยาลัยต้องมีค่าใช้จ่ายในการทำ การสอบก็มีค่าใช้จ่ายสูงอย่างtcas ล่าสุด อย่างเลือกอันดับ ถ้าเลือก 10 อันดับ ต้องเสียเงินประมาณ 900 บาท ไม่รวมกับค่าสมัครสอบแต่ละวิชาอีก ซึ่งโดยส่วนตัวมองว่านักเรียนจะเรียนต่อในระดับอุดมศึกษาได้คือนักเรียนที่มีเงิน ส่วนนักเรียนที่มีเงินไม่มากพอก็จะไม่มีโอกาสสมัครสอบถึงแม้จะมีความสามารถ ซึ่งเราหวังมากว่าถ้าทุกคนรวมกันเข้าร่วมแคมเปญแบบนี้เรื่อยๆจะส่งผลให้เรามีอำนาจต่อรองอะไรกับทางรัฐบาลได้บ้างเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อเรียกร้องของเราบ้าง แต่ว่าแคมเปญจะสำเร็จมากแค่ไหนอยู่ที่จำนวนคนที่เข้าร่วมจริงๆ จะมีพลังมากพอรึป่าว ในจุดนี้แกนนำจากทุกสถาบันจะต้องอธิบายให้กลุ่มนักเรียนที่อยากเข้าร่วมแคมเปญว่าการสไตค์หรือการหยุดเรียนนั้นเป็นการประท้วง ซึ่งเป็นรูปแบบประท้วงรูปแบบใหม่สำหรับคนไทย แต่ว่าเป็นเรื่องปกติสำหรับต่างประเทศ ดังนั้นการที่นักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมกันอย่างมากในกิจกรมหยุดเรียนออนไลน์นั้น ไม่ใช่ว่านักเรียนขี้เกียจเรียน หรือนักเรียนไม่พอใจครู แต่ข้่อเท็จจริงคคือการที่นักเรียนทุกคนนั้นไม่พอใจระบบและเราอยากจะแก้ไขระบบ โดยให้หันกลับมารับฟังครูและนักเรียนบ้างเพื่อนำไปสู่การแก้ไขที่ตรงจุดต่อไป”

Related posts