หมอเชิด” นำคาราวานพรรคเพื่อไทยห่วงใยประชาชน พร้อมแฟนคลับพี่โทนี่ เยี่ยมและกำลังใจกลุ่มเสี่ยงสูง ถึงบ้าน

“หมอเชิด” นำคาราวานพรรคเพื่อไทยห่วงใยประชาชน พร้อมแฟนคลับพี่โทนี่ เยี่ยมและกำลังใจกลุ่มเสี่ยงสูง ถึงบ้าน มอบแอลกอฮอล์รุ่นพิเศษ “โทนี่ วูดซั้ม” จาก อดีตนายกฯ และสมาชิกพรรคเพื่อไทย ให้กับคนขอนแก่นถึงบ้าน พร้อมระบุ รัฐบาลปีสุดท้ายทุกคนล้วนต้องการตำแหน่งมากกว่าการทำงานเพื่อประชาชน ละครในสภาที่เกิดขึ้นทุกอย่างเดี๋ยวก็เหมือนเดิม

 เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 3 ก.ย.2564 รศ.นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ อดีต ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย นางพรรณวดี ตันติศิรินทร์ อดีตแนวร่วม นปช.ขอนแก่น นำคณะแฟนคลับพี่โทนี่ จัดกิจกรรมคาราวานพรรคเพื่อไทยห่วงใยประชาชน จากศูนย์ประสานงานพรรคเพื่อไทย จ.ขอนแก่น ไปยังศูนย์พักพิง-ศูนย์พักคอย เพื่อมอบถุงยังชีพ น้ำดื่ม ข้าวของเครื่องใช้ เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้ที่ถูกกักตัว 14 วันหรือการเข้ารับการรักษาตัวจากการติดเชื้อโควิด-19 รวมไปถึงการลงพื้นที่ส่งมอบกำลังใจจาก นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ส่งมอบสิ่งของมาให้กับผู้ที่กักตัวที่บ้านพักหรือในจุดที่ชุมชนกำหนด โดยขบวนคาราวานพรรคเพื่อไทยห่วงใยประชาชนตลอดทั้งวันในวันนี้ได้กำหนดการลงพื้นที่ในเขต อ.เมือง และในช่วงสุดสัปดาห์จะลงพื้นที่ อ.ภูเวียง และพื้นทีเป้าหมายตามที่คณะทำงานกำหนด

ซึ่งในการลงพื้นที่ของคาราวานพรรคเพื่อไทยห่วงใยประชาชนที่นอกจากจะนำเครื่องอุปโภค บริโภค รวมไปถึงน้ำดื่ม ไปมอบให้กับผู้ที่เข้ารับการกักตัวแล้ว กลุ่มแฟนคลับพี่โทนี่ ยังคงได้นำหน้ากากอนามัย และ สเปย์แอลกอฮอล์แบบพกพารุ่นพิเศษ “Tony Woodsome” ซึ่งพรรคเพื่อไทยได้จัดทำขึ้นมอบให้กับผู้ที่เข้ารับการกักตัว รวมไปถึงคณะทำงานของชุมชนทุกพื้นที่ด้วย ท่ามกลางความชื่นชอบและความสนใจอย่างมาก รวมไปถึงเสื้อรุ่นพิเศษ “ FC พี่โทนี่” ที่แฟนคลับอดีตนายกรัฐมนตรี ในเขต จ.ขอนแก่น ได้จัดทำขึ้น ที่ผู้ที่พบเห็นล้วนต่างต้องการกันย่างมาก

รศ.นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ อดีต ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย และอดีตแกนนำแนวร่วม นปช. กล่าวว่า คาราวานพรรคเพื่อไทย ห่วงใยประชาชน เป็นการดำเนินงานภาคพลเมือง ที่คณะทำงานของพรรค ,ส.ส.ของพรรค รวมไปถึงสมาชิกพรรคเพื่อไทยทุกคน ที่พร้อมใจกันให้การช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ต่างๆแบบไม่ทอดทิ้งกัน เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่กำลังเกิดขึ้นชี้ชัดได้ว่าการบริหารงานของรัฐบาล นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันโอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ที่กำลังถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจในขณะนี้นั้นบริหารงานได้ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง ดังนั้นประชาชนคนไทยถึงเวลาที่จะต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกันไม่ง้อรัฐ และที่สำคัญพี่โทนี่ หรือคุณทักษิณ อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ยังคงรักประเทศไทย ห่วงใยคนไทยและต้องการกลับมาทำงานให้กับประเทศไทย ยังคงส่งความปรารถนาดี ส่งกำลังใจผ่านผู้แทนของพรรค คณะทำงานของพรรคเพื่อไทย ในการนำสิ่งของต่างๆมามอบให้ในรูปแบบของคาราวานที่จะดำเนินการอย่างครอบคลุมทุกพื้นที่ต่อจากนี้

“ นอกจากขบวนคาราวานที่ลำเลียงกำลังใจและความห่วงใย ที่จะกระจายลงพื้นที่ทุกพื้นที่แล้ว คณะทำงานยังคงมีการจัดตั้งศูนย์ประสานงานสนับสนุนการช่วยเหลือตนเองของประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19 ที่แฟนคลับพี่โทนี่ ที่ได้ร่วมมือกันจัดตั้งขึ้นในการประสานการทำงานร่วมทุกฝ่ายโดยเฉพาะกับเครือข่ายแพทย์แผนไทยใจอาสา จ.ขอนแก่น,มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ, รวมไปถึงคลินิกแพทย์แผนไทย คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ในการที่จะส่งมอบยาสมุนไพรให้กับผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิด-19 ที่จะได้รับมอบยารักษาโรคด้วยศาสตร์สมุนไพรพื้นบ้านส่งตรงถึงบ้านทันที”

รศ.นพ.เชิดชัย กล่าวต่ออีกว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนั้นแม้จะมีกระแสต่างๆออกมากลบเกลื่อนในระยะนี้ท้ายที่สุดเค้กก็แบ่งลงตัว ทุกอย่างก็จะเป็นเหมือนเดิมแต่สิ่งที่แสดงให้เห็นชัดเจนในขณะนี้คือ ส.ส.ที่มาจากการเลือกตั้งเป็นผู้แทนของประชาชน กำลังต่อรองเอาตำแหน่ง เพื่อผลประโยชน์และต้องการอำนาจในปีสุดท้ายของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ มากกว่าที่จะทำหน้าที่เพื่อประชาชนจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น การจะโหวตสวนกระแสหรือการกระทำใดๆที่แตกแถว เป็นสิ่งที่คนไทยทั้งประเทศเฝ้าติดตามเพราะการบริหารงานของรัฐบาลชุดนี้ล้มเหลวชัดเจน ทุกคนก็รู้อยู่แก่ใจ แต่จะมีใครกล้าขัดคำสั่งหรือทำในสิ่งที่ถูกต้อง สิ่งนี้คือตัวชี้วัดว่าจะมี ส.ส.คนใดที่อยู่ข้างประชาชน และทำงานเพื่อประชาชนจริงๆ

“ ผมยังเห็นว่าละครที่กำลังเล่นอยู่นี้เพื่อต้องการต่อรองอำนาจ ต่อรองตำแหน่ง ต่อรองด้านต่างๆ ในปีสุดท้ายของรัฐบาล มากกว่าการทำสิ่งที่ประชาชนต้องการหรือทำในสิ่งที่ถูกต้องและทำในสิ่งที่เกิดการเปลี่ยนแปลง หากนับเสียง ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน หากกันไม่กี่สิบแต้ม หากจะโหวตสวนมติ ก็ทำได้หาก ส.ส.คนดังกล่าวรักประเทศไทย รักประชาชนและกล้าทำเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นนี้นั้นทุกคนทำเพื่อตัวเองมากกว่าทำเพื่อประชาชนและประเทศชาติ”

Related posts