ลำปาง-กรมชลประทาน เผยความพร้อม “โครงการศึกษาความเหมาะสมการปรับปรุงโครงการชลประทนขนาดกลางในเขตจังหวัดลำปาง” 

ลำปาง-กรมชลประทาน เผยความพร้อม “โครงการศึกษาความเหมาะสมการปรับปรุงโครงการชลประทนขนาดกลางในเขตจังหวัดลำปาง”

 เมื่อวันที่ 24 ส.ค.2564 ที่ จ.ลำปาง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีฝ่ายวิชาการ กรมชลประทาน เปิดเผยว่า โครงการชลประทานขนาดกลางในเขต จ.ลำปาง ดำเนินการก่อสร้างและบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ตั้งแต่ปี 2514 ทำให้อาคารหัวงานระบบชลประทาน และระบบระบายน้ำอยู่ในสภาพชำรุดทรุดโทรมประกอบกับความต้องการใช้น้ำเพื่อการเกษตรกรรมและภาคส่วนอื่น ๆ เปลี่ยนแปลงไป จึงจำเป็นต้องศึกษาความเหมาะสมเพื่อพิจารณาปรับปรุงโครงการชลประทานขนาดกลางให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

โดยโครงการชลประทานขนาดกลางมีทั้งสิ้น 30 โครงการ ได้คัดเลือก 3 โครงการเพื่อนำมาศึกษาปรับปรุงโครงการให้เกิดประโยชน์ มากที่สุดดังนี้ คือ 1.โครงการอ่างเก็บน้ำแม่ทะ บ้านผาลาด ต.พระบาท อ.เมืองลำปาง อายุโครงการ 50 ปี ความจุเก็บกัก 2.54 ล้าน ลบ.ม. มีพื้นที่ชลประทาน 10,000 ไร่ แผนการปรับปรุงระบชลประทาน คือวางแนวท่อจากเขื่อนไปยังปากเหมืองของฝายทั้ง 7 แห่ง 2.โครงการอ่างเก็บน้ำแม่ทาน บ้านแม่กั๋วะ ต.แม่กัวะ อ.สบปราบ อายุโครงการ 36 ปี ความจุเก็บกัก14.90 ล้าน ลบ.ม. เป็นโครงการอ่างเก็บน้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดใน อ.สบปราบ พื้นที่ชลประทาน 12,000 ไร่ ดำเนินการเสริมกันกำแพงสันเขื่อนและหาแหล่งน้ำต้นทุนเพิ่ม โดยการสูบน้ำจาก”แม่น้ำวัง”ไปเติมอ่างเก็บน้ำแม่ทานในช่วงเดือน ส.ค-ต.ค. และ 3.โครงการอ่างเก็บน้ำแม่อาบ บ้านปากกอง ต นาโป่ง อ.เถิน อายุโครงการ 36 ปี ความจุเก็บกัก 7.50 ล้าน ลบ.ม. เป็นโครงการอ่างเก็บน้ำขนาดกลางแห่งเดียวใน อ.เถิน ระบบส่งน้ำยังไม่ครอบคลุมพื้นที่รับประโยชน์โครงการและระบบส่งน้ำรวมถึงฝายต่าง ๆ ชำรุด ทำให้ไม่สามารถทำการเพาะปลูกได้เต็มพื้นที่ โดยการปรับรุงระบบชลประทาน คือ วางท่อส่งน้ำจากอ่างเก็บน้ำแม่อาบไปปากเหมืองของฝายทุกแห่ง

 

ทั้งนี้โครงการพัฒนาปรับปรุงซ่อมแซมอ่างเก็บน้ำทั้ง 3 แห่ง ของ จ.ลำปางดังกล่าว กรมชลประทานได้ดำเนินการ แผนการปรับปรุงโครงการอ่างเก็บน้ำประกอบด้วย การขุดลอกอ่างเก็บน้ำ ก่อสร้างฝายดักตะกอนบริเวณพื้นที่เหนืออ่างเก็บน้ำ ศึกษาการเพิ่มระดับเก็บกักของอ่างเก็บน้ำ ปรับปรุงอาคารและระบบควบคุมการเปิด- ปิดประตูน้ำ ปรับปรุงและติดตั้งเครื่องมือตรวจวัดพฤติกรรมเขื่อน พร้อมระบบรับ-ส่งข้อมูลอัตโนมัติ ติดตั้งระบบโทรมาตร และจัดทำคู่มือการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 8 มิ.ย. 2563 และจะสิ้นสุดโครงการในวันที่ 31 ส.ค. 2564 นี้ ผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับคือ การบริหารจัดการน้ำในพื้นที่มีประสิทธิภาพ เขื่อนมีความมั่นคง อ่างเก็บกักน้ำมีปริมาณน้ำต้นทุนเพิ่มขึ้น มีระบบตรวจสอบที่มั่นคง ลดการสูญเสียน้ำและระยะเวลาการส่งน้ำไปยังพื้นที่เพาะปลูกอย่างมีประสิทธิภาพ.

วินัย/ลำปาง รายงาน.

Related posts