แม่ร้องศูนย์ดำรงธรรม ประกันบ่ายเบี่ยงไม่ยอมจ่ายสินไหม

สระบุรี..200764 แม่ร้องศูนย์ดำรงธรรม ประกันบ่ายเบี่ยงไม่ยอมจ่ายสินไหม

แม่59ปีร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมหลังลูกชายขับรถกระบะประสบอุบัติเหตุชนกับรถบรรทุกพ่วง จนเสียชีวิต แต่กลับไม่ได้เงินสินไหมจากบริษัท ประกัน ซึ้งเป็นบริษัท ที่ก่อนหน้านี้ตกเป็นกระแสข่าว เตรียม บอกยกเลิกสัญญา ผู้ซื้อประกัน โควิด19

วันที่ 20 ก.ค.64 นาง สมยศ วงษ์ดวงคำ อายุ 59 ปี ผู้เป็นแม่ พร้อมญาติ นำเอกสารหลักฐาน ที่เกี่ยวข้อง กับคดีอุบัติเหตุ การเสียชีวิตของลูกชาย คือนาย ชัยภัทร วงษ์ดวงคำ อายุ 39ปี เดินทางมาที่ ศูนย์ราชการจังหวัดสระบุรี ซึ่งเป็นที่ ตั้งของ ศูนย์ดำรงธรรม เพื่อร้องทุกข์ ขอความช่วยเหลือทางกฎหมาย เพื่อเรียกร้อง สินไหม จากบริษัท ประกันภัย รถยนต์ และหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง จากคดีอุบัติเหตุ ในกรณีที่ นาย ชัยภัทร (ผู้เสียชีวิต) ลูกชายของ นางสมยศ (ซึ่งเป็น มารดา) ขับรถยนต์กระบะโตโยต้า สีขาว หมายเลขทะเบียน 8 กณ 2895 กรุงเทพฯ ประสบอุบัติเหตุ ชนกับ รถบรรทุกพ่วง หมายเลขทะเบียน 82-2509 ฉะเชิงเทรา ลูกพ่วงทะเบียน 82-2014 ฉะเชิงเทราโดยมี นาย บุญทิ้ง คำแก้ว อายุ 56 ปี เป็นผู้ขับ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้น กลางดึก เวลาประมาณ 01.30 น. ของวันที่ 24 ตุลาคม 2563 บนถนนสายเอเชีย ขาเข้ากรุงเทพ บริเวณ หลัก ก.ม.ที่ 76+200 หมู่ 4 ต.บ้านแป้ง อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี ซึ่งอุบัติเหตุ ครั้งนั้น ทำให้นาย ชัยภัทร ที่ ขับกระบะ เสียชีวิตคาที่ โดยพื้นที่ ดังกล่าวมี เจ้าหน้าที่ ตำรวจ สภ. พรหมบุรี เป็นผู้รับผิดชอบ ทางคดี จากอุบัติเหตุ ที่เกิดขึ้น นาง สมยศ แม่ผู้เสียชีวิต เผยว่า จาก อุบัติเหตุดังกล่าว ทำให้ สิ่งต่างๆที่ ตนเองคาดหวังไว้ว่า ลูกชาย คนโต ที่เป็นเสาหลักของ ครอบครัว และกำลัง จะมีอนาคต เป็นที่ พึ่งของ พ่อแม่ ต้องกลับมา จบชีวิต ทั้งๆที่ อายุ ยังน้อย อีกทั้ง ยังส่งผล ให้ธุรกิจ ที่กำลังเริ่มลงทุน ไปกับ กิจการที่ นาย ชัยภัทร และ นางสมยศ ผู้เป็นแม่ กู้หนี้ยืมสินมาลงทุน เกี่ยวกับ ร้านซ่อมและจำหน่ายแอร์ ทุกชนิด อีกทั้ง รถยนต์กระบะที่ ลูกชายขับไปประสบอุบัติเหตุ ประกันภัยรถยนต์ หมดอายุ และ รถยนต์กระบะ คันดังกล่าวที่ลูกชายขับ ก็ยังผ่อนไม่หมด เมื่อลูกชายมาเสียชีวิตลง ทำให้ตนเอง ตกเป็นหนี้ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ส่วน คู่กรณี คือรถบรรทุกพ่วง มีการทำประกันภัยรถยนต์ ไว้กับ บริษัท แห่งหนึ่ง ( ซึ่งบริษัทนี้ เป็นบริษัทเดียวกัน ที่ผ่านมาตก เป็นกระแสข่าวโด่งดัง จากการ เตรียมจะ บอกยกเลิก สัญญา กับผู้ซื้อประกัน เนื่องจาก การแพร่ระบาด ผู้ติดเชื้อ ไวรัสโควิด19 ที่ทวีความรุนแรง ) ( สินมั่นคงประกันภัย) ซึ่งระยะเวลา ผ่านมา เกือบ 1 ปี ตนเอง ยังไม่ได้รับ เงินสินไหม ใดจาก บริษัทดังกล่าว ซึ่งก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่1 มีนาคม 2564 ผล ทางคดี ดังกล่าว หลังเกิดอุบัติเหตุ โดย พนักงานสอบสวน สภ. พรหมบุรี เจ้าของคดี นาย ชัยภัทร ลูกชาย และ ฝ่าย รถบรรทุกพ่วง คือนายบุญทิ้ง ในช่วงแรก มีผลการสอบสวน ของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ระบุ ผู้กระทำความผิด ดำเนินคดี กับลูกชาย ตนเอง โดยเจ้าหน้าที่ อ้างว่า ลูกชายตนเองเป็นต้นเหตุ ของอุบัติเหตุดังกล่าว โดย ทางพนักงานสอบสวน แจ้งว่า จากหลักฐานในจุดเกิดเหตุ ลูกชายตนเอง เป็นฝ่ายผิด ต่อมา เมื่อวันที่17 เมษายน ตนเองพร้อมญาติ จึงไปร้องทุกข์กับ ผู้บังคับการ ตำรวจภูธร จังหวัดสิงห์บุรี ให้ดำเนินการ สอบสวนใหม่โดยชี้แจงให้ พนักงานสอบสวน สอบปากคำพยานที่เห็นเหตุการณ์ จนล่าสุด ผลทางคดี ออกมาว่า ลูกชายตนเองเป็นฝ่ายถูก และควรได้รับ สินไหม จาก บริษัท ประกัน ที่ทางรถบรรทุกพ่วง ทำประกันไว้ แต่ทาง บริษัทประกันภัย ดังกล่าว กลับไม่ยอม จ่ายสินไหม ใดๆให้กับตนเอง เนื่องจาก ทางบริษัทประกันอ้างว่า ผลทางคดี ทางบริษัท ยึดหลัก หลักฐาน ที่ทางพนักงาน สอบสวน ตำรวจ สภ. พรหมบุรี แจ้งไว้ กับทางบริษัท ฉบับแรก ตนเอง จึงนำเรื่องดังกล่าว ไปร้อง เรียน ที่ คปภ. ( สำนักงาน คณะกรรมการ กำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย สาขาย่อย จังหวัดลพบุรี ซึ่งเป็นหน่วยงาน ที่กำกับดูแล บริษัทประกันภัย ดังกล่าว แต่กลับ พบว่า เรื่องสินไหม ตนเอง ยังไม่ คืบหน้า ทำให้ตนเอง ทุกข์ใจ และ ท้อใจกับ ระบบของ หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง อีกทั้ง ระบบของทางบริษัท ประกันภัย ที่ จะต้อง จ่ายสินไหมให้ กับ ตนเอง กับ โยกโย้ อาศัยช่องว่าง ทางกฎหมาย ประวิงเวลา ทำให้ ตนเอง ต้องเดินทางไปกลับ ยังหน่วยงาน ต่างๆ นับ 10 ครั้ง จึง เกิดค่าใช้จ่าย มากขึ้น ทั้งๆที่ ตนเอง เป็นผู้มีรายได้ น้อย ได้เงิน เดือน รายวัน จาก นายจ้าง วันละ 300 บาท ทำให้ต้องกู้หนี ยืมสิน มาต่อสู้ คดีและ เรียกร้องความเป็นธรรม กับทางบริษัทประกัน และหน่วยงาน อย่าง คปภ ลพบุรี เพื่อต้องการเงิน สินไหม ดังกล่าว ไปจ่ายหนี้สิน ที่ลูกชาย และตนเองกู้ยืมมา ทั้งหมด

         ด้าน นาย กฤษณ์ หวังเจริญกุลชัย ญาติผู้เสียชีวิต และผู้ดูแล ช่วยเหลือด้านการเดินทางในคดีอุบัติเหตุดังกล่าว เผยว่า หลังเกิด ปัญหาดังกล่าว ทางนาง สมยศ และตนเองได้ไปร้องทุกข์ ขอความเป็นธรรม ที่ คปภ ลพบุรี เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ซึ่งที่ผ่านมาในกรณีที่ ทางบริษัทประกันภัย และ หน่วยงาน ที่รับผิดชอบ ต้องปฏิบัติ ตาม กฎหมายคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ทั้งภาคสมัครใจและภาคบังคับ ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ และ ผู้ซื้อประกัน กับบริษัทดังกล่าว ต้อง ชดใช้สินไหม ให้กับผู้เสียหาย โดยที่ผ่านมา ทั้ง 2 คือหน่วยงาน และบริษัทประกันภัย มีลักษณะ มีการบ่ายเบี่ยง ไม่ชดใช้สินไหม ทั้ง 2 ประเภท รวมเงิน จำนวน 1ล้าน 8แสนบาท ให้กับ ผู้เสียหาย โดยทาง บริษัท ประกันภัย อ้างหลักฐาน ผลทางคดี เมื่อวันที่ 1มีนาคม 2564 ที่ทางตำรวจ สภ.พรหมบุรี สรุปชี้ผู้กระทำความผิด (ฉบับแรก) ซึ่งมี นาย ชัยภัทรผู้ตายที่ขับรถยนต์กระบะ และเสียชีวิต เป็นฝ่ายผิด แต่กลับไม่นำหลักฐานผลทางคดี ฉบับล่าสุดหรือผลทางคดี ฉบับที่ 2 ซึ้งมีการแก้ไข รูปคดี ในสำนวน ฉบับล่าสุด มาพิจารณาประกอบ เพื่อชดใช้สินไหม ให้กับ นางสมยศ แม่ นายชัยภัทร ผู้เสียชีวิต ดังกล่าว ซึ้งหลังจากนั้น คปภ ลพบุรีได้ประสาน นัดหมาย ทั้ง 2 ฝ่ายมาไกล่เกลี่ย เมื่อ วันที่ 7 กรกฎาคมและ อีกหลายครั้ง ทีมีการนัดหมาย ทั้ง 2 ฝ่ายมาเจรจา แต่ก็ไม่สามารถ ยุติปัญหาดังกล่าวได้ ซึ่งทาง นางสมยศ และ ตนเอง จึงเดินทาง มา ศูนย์ดำรงธรรมสระบุรี เพื่อขอความเป็นธรรม ดังกล่าว อีกทั้ง ตนเองและนางสมยศ อ้างว่า หากนำเรื่องดังกล่าว ไปขอความเป็นธรรม กับหน่วยงาน ในพื้นที่ จังหวัดสิงห์บุรี อาจจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจาก เกรงว่า ทางหน่วยงาน ในพื้นที่อาจมีการ ช่วยเหลือ ให้ กับบริษัทประกัน หรือ อำนวยประโยชน์ให้กับ หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ดังกล่าวอีกด้วย ซึ่งล่าสุด ทาง คปภ ลพบุรี จะมีการนัดหมาย ทั้ง 2 คู่กรณี (นาง สมยศ และ ตัวแทนบริษัท ประกันภัยรถยนต์ มาเจรจาอีกครั้งในวันที่ 21 กรกฎาคม ที่ จะถึงนี้ เพื่อหาข้อสรุป อีกครั้ง

จากนั้น ผู้เสียหาย ได้ นำเอกสาร ร้องทุกข์ขอความเป็นธรรม พร้อมทั้ง ปรึกษาความช่วยเหลือ กับ เจ้าหน้าที่ ศูนย์ดำรงธรรมสระบุรี เพื่อขอความเป็นธรรมให้ ช่วยเหลือ ประสาน หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ดังกล่าว โดย นาย ยอดชาย ภูแก้ว ผู้อำนวยการ กลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรม สระบุรี เข้ารับเอกสาร หลักฐาน การร้องทุกข์ขอความเป็นธรรม ของ นาง สมยศ พร้อมทั้ง ตรวจสอบ และสอบสวน ข้อเท็จจริงด้วยตัวเอง โดยหลังจากนี้ จะเร่งดำเนินการณ์ ส่งข้อเรียกร้องดังกล่าว ไปยัง หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง อย่าง คปภ ลพบุรี เพื่อให้ชี้แจง ข้อบกพร่อง ที่ดำเนินการณ์ล่าช้า ประกอบกับ ชี้แจง ข้อสงสัย และชี้แจง ข้อเท็จจริงกรณี ที่ทางบริษัท ประภัยภัย รถยนต์ ไม่ยินยอม ชดใช้สินไหม ตามสภาพ ความเป็นจริง จากอุบัติเหตุ ที่เกิดขึ้น เพื่อชดเชย สินไหมดังกล่าว แก่ ผู้ ที่ ได้รับผลกระทบ ทางอุบัติเหตุ เพื่อบังคับใช้ ด้านกฎหมาย ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ทั้งภาคสมัครใจและภาคบังคับ ที่ทั้ง 2 คู่กรณี มีสิทธิ ตามตามกฎหมาย

ด้าน นาย ยอดชาย ผู้อำนวยการ ศูนย์ดำรงธรรม สระบุรี ยังเปิดเผย ต่ออีกว่า ช่วงนี้ ทางกระทรวงมหาดไทย ได้ดำเนินการ อำนวยความสะดวกให้กับประชาน ในช่วง การแพร่ระบาดโควิด19 อีกทั้งเพื่อเป็นการ ลดรายจ่ายในการ เดินทาง และไม่ต้องเสียเวลา ในการเดินทางมาร้องทุกข์ เพื่อขอความเป็นธรรม กับเจ้าหน้าที่ ในพื้นที่ หรือพื้นที่ ที่ ตั้งของสำนักงาน ที่อยู่ห่างไกล โดยประชาชน ที่ ต้องการ ร้องทุกข์ สามารถเข้า ติดต่อกับเจ้าหน้าที่ ศูนย์ดำรงธรรม ประจำจังหวัด ได้ ทุกจังหวัด ทั่วประเทศ ไม่ว่า ประชาชน ท่านนั้น จะอยู่อาศัยในจังหวัดใด ๆ หรืออยู่ ใกล้ กับ จังหวัดใด ต้องการร้องทุกข์ ในจังหวัดใด ก็สามารถเข้า ร้องทุกข์ ได้ตาม ความสะดวก อีกทั้ง สามารถติดต่อ แจ้ง ความเดือดร้อน เพื่อร้องทุกข์กับศูนย์ดำรงธรรมได้ ทั่วประเทศ ได้ หลากหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็น ทาง เว็บไซต์ สื่อ โซเชียล ไปรษณีย์ อิเล็คโทรนิคส์ หรือ เบอร์โทรศัพท์สายด่วน 1567 ศูนย์ดำรงธรรม กระทรวงมหาดไทย หรือ ติดต่อศูนย์ดำรงธรรมในท้องถิ่น เพื่อให้ ประชาชน ที่เดือดร้อน ต้องการ ร้องทุกข์ขอความช่วยเหลือกับเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรม ได้สะดวก มากยิ่งขึ้น

 

 

ชาญวิทย์ คำนวนวุฒิ จังหวัดสระบุรี

 

 

By admin1
No widgets found. Go to Widget page and add the widget in Offcanvas Sidebar Widget Area.