เปิดใจ..เจ้าของโรงแรมแกรนด์การ์เด้นท์ สุไหงโก-ลก นราธิวาส ขอทำเพื่อชาติ.! ยอมอุทิศโรงแรม โดยไม่หวังกำไร ขอนำร่องใช้โรงแรมตนเอง เป็นสถานกักกันของรัฐ Local Quarantine (LQ) เพื่อช่วยประชาชนสู้โควิด-19 //

// เปิดใจ..เจ้าของโรงแรมแกรนด์การ์เด้นท์ สุไหงโก-ลก นราธิวาส ขอทำเพื่อชาติ.! ยอมอุทิศโรงแรม โดยไม่หวังกำไร ขอนำร่องใช้โรงแรมตนเอง เป็นสถานกักกันของรัฐ Local Quarantine (LQ) เพื่อช่วยประชาชนสู้โควิด-19 //

ธุรกิจโรงแรม เป็นหนึ่งในธุรกิจแรกๆ ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เนื่องจากไม่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาใช้บริการ ในรายที่สายป่านไม่ยาวนัก ถึงกับต้องปิดกิจการ บ้างก็พักงานพนักงานในโรงแรม โดยไม่รู้ชะตากรรมว่าจะสามารถกลับมาเปิดให้บริการได้เมื่อใด ส่วนในรายที่ทุนค่อนข้างหนา ต้องปรับตัวอย่างหนัก และอาจไม่สามารถหวังผลเรื่องรายได้เหมือนในสถานการณ์ปกติ

“โรงแรมแกรนด์การ์เด้นท์” ภายใต้การบริหารงาน ของคุณไพสิฐ จารุพงศา (เฮียฮ้อ) กรรมการผู้จัดการ ซึ่งตัดสินใจเปิดโรงแรมหลังจากปิดมานาน เพื่อรองรับผู้สัมผัสเสี่ยงสูงที่กักตัวและสังเกตอาการจากโรงพยาบาลสุไหงโก-ลก และกลุ่มเสี่ยงที่เดินทางมาจากจังหวัดควบคุมสูงสุดและเข้มงวดนั้น ให้เข้าพักในอัตราค่าห้องพักที่เรียกได้ว่า ยอมขาดทุน.! เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ ในเขตอำเภอสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส

คุณไพสิฐ จารุพงศา กรรมการผู้จัดการ“โรงแรมแกรนด์การ์เด้นท์” เทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ให้สัมภาษณ์ว่า ทางโรงแรมทราบว่าทางโรงพยาบาลสุไหงโก-ลก ดูแลและรับผู้ป่วยเป็นจำนวนมาก ทำให้ถึงขีดสูงสุดของการที่จะรองรับผู้ป่วยรายใหม่เข้ามาได้ ด้วยปัจจุบันโรงพยาบาลสุไหงโกลก มีขนาดจำนวนเตียงอยู่ที่ 220 เตียง ใช้สำหรับรองรับผู้ป่วยติดเชื้อโควิดไปแล้ว 128 เตียง ทำให้ไม่สามารถจะรับผู้ป่วยโรคอื่น ๆ ได้ เช่นผู้ป่วยโรคหัวใจ ที่มีความจำเป็นและเร่งด่วนในการเข้ารับการรักษา ด้วยสถานการณ์ที่เตียงไม่พอเพียงหรือไม่พร้อมที่จะเปิดรับได้
“เราขอเป็นโรงแรมที่เริ่มต้นเป็นแห่งแรก ของ อ.สุไหงโก-ลก ที่นำร่องใช้โรงแรมเป็นสถานกักกันของรัฐ Local Quarantine (LQ) เพื่อช่วยแก้ปัญหาให้กับกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูงที่กักตัวสังเกตอาการที่โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก และกลุ่มเสี่ยงที่เดินทางมาจากจังหวัดควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ด้วยการให้ความร่วมมือกับทางภาครัฐอย่างสมัครใจและเต็มใจที่จะทำเพื่อชาติในครั้งนี้

เมื่อสอบถามถึงเรื่องต้นทุน จากการเปิดโรงแรมให้เป็นสถานกักกันของรัฐ Local Quarantine (LQ) ให้กับกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูงที่กักตัวสังเกตอาการในครั้งนี้ คุณไพสิฐ หรือ เฮียฮ้อ ตอบว่า ทางโรงแรมมีต้นทุนต้องแบก ทั้งการเปิดให้พักในอัตราต่ำกว่าราคาต้นทุน ค่าน้ำ ค่าไฟ และการดูแลพนักงานอีกหลายชีวิต เพื่อเข้ามาทำงาน เพราะตอนนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 มีความรุนแรงมากขึ้น การให้ความช่วยเหลือครั้งนี้ถามว่าตนเองมีรายได้เพิ่มมากขึ้นหรือเปล่า ตอบได้ว่าไม่ได้คิดเรื่องกำไรอะไรเลย ซึ่งในภาวะวิกฤติโควิด-19 พวกเราทุกคนจำเป็นต้องคิดถึงประโยชน์ส่วนรวม ดังนั้นจึงยินดีให้ใช้โรงแรมทั้งอาคาร ซึ่งมีห้องพักอยู่ จำนวน 100 ห้อง ไว้เป็นสถานที่กักตัว โดยมีค่าใช้จ่ายห้องละ 2,000 บาทต่อเดือน หรือวันละ 66 บาทต่อวัน ถือว่าไม่ได้กำไรอะไรเลย แต่ที่ให้ความร่วมมือกับภาครัฐ เพราะต้องการช่วยเหลือประชาชน ซึ่งทาง ส.ส.สัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ ประสานมา ก็ตอบรับทันทีเพราะมีความตั้งใจที่จะช่วยตั้งแต่แรกแล้ว

คุณไพสิฐ ยังเล่าให้ฟังอีกว่า ถึงแม้ว่าหากตนเองมีห้องของโรงแรม ที่น้อยกว่านี้ ก็ยังอยากช่วยเหลือ เพราะในช่วงสถานการณ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เป็นวิกฤตที่ทุกคนต้องร่วมเผชิญ อย่างน้อยคนไทยจะไม่ทิ้งกัน เพื่อแทนคำขอบคุณจากหัวใจ ไปยังทุกหน่วยงาน โดยเฉพาะบุคลากรทางการแพทย์ ของโรงพยาบาลสุไหงโก-ลก นักรบเสื้อขาว ที่ต้องต่อสู้โควิด-19 นี้อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เพราะการต่อสู้กับวิกฤตโควิด-19 เราคนไทยทุกคนต้องร่วมมือ อยู่บ้านหยุดเชื้อเพื่อชาติ ช่วยลดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส และลดภาระของบุคลากรทางการแพทย์

ปทิตตา หนดกระโทก ผู้สื่อข่าวนราธิวาสรายงาน

By admin1
No widgets found. Go to Widget page and add the widget in Offcanvas Sidebar Widget Area.