ผู้ว่าฯ กระบี่ ชูสมุนไพรฟ้าทะลายโจร จากกรมการแพทย์แผนโบราณ รักษาผู้ป่วยและคลัสเตอร์เด็กนักเรียนเอกภาพ สั่งกำชับเอาโทษผู้ที่ฝ่าฝืน พรบ โรคติดต่อ แอบเดินทางเข้าแพร่เชื้อโควิด ผู้สร้างข่าวปลอม สร้างความตระหนก และมั่นใจมาตราการเข้มคุมโควิดกระบี่ได้

ผู้ว่าฯ กระบี่ ชูสมุนไพรฟ้าทะลายโจร จากกรมการแพทย์แผนโบราณ รักษาผู้ป่วยและคลัสเตอร์เด็กนักเรียนเอกภาพ สั่งกำชับเอาโทษผู้ที่ฝ่าฝืน พรบ โรคติดต่อ แอบเดินทางเข้าแพร่เชื้อโควิด ผู้สร้างข่าวปลอม สร้างความตระหนก และมั่นใจมาตราการเข้มคุมโควิดกระบี่ได้

วันที่ 10 กค 2564 พ.ต.ท มล กิติบดี ประวิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ได้พูดคุยกับรายการ ผู้บริหารเคาะข่าว ทางเพจ พ.ต.ท มล กิติบดี ประวิตร official เมื่อวันที่ 9 กค 2564 ซึ่งได้กล่าวกับกับทางรายการ จะสถานการณ์โรคติดต่อ โควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดกระบี่ ซึ่งล่าสุดในเดือนเมษายน ,มิถุนายน และกรกฎาคม พบ3 คลัสเตอร์ใหญ่ คลัสเตอร์ช่องพลี คลัสเตอร์งานศพวัดคลองท่อม ล่าสุดพบอีก 1 คลัสเตอร์โรงเรียนเอกชน ในเดือนกรกฎาคม พบผู้ติดเชื้อในกลุ่มครูนักเรียน ซึ่งทางจังหวัดก็มีมาตรการคุมเข้มสามารถล็อคพื้นที่ไม่ให้มีการกระจายเชื้อไปยังสู่ด้านนอก โดยยกระดับยตั้งโรงพยาบาลสนามในโรงเรียนไว้ได้ทัน เพราะคาดการณ์ไว้แล้ว จึงสามารถควบคุมการแพร่ระบาดโรค โควิด-19 ไว้ได้ในพื้นที่จำกัด ซึ่ง3 คลัสเตอร์ใหญ่นั้นที่ผ่านมา โดยเฉพาะโรงเรียนเอกภาพเราได้มีการตรวจหาเชื้อซึ่งตั้งสถานการณ์ไว้สูงสุดว่าทุกคนต้องติดเชื้อทั้งหมด แล้วก็ทยอยในการตรวจเชื้อ (swab) ทั้งหมด โดยแบ่งโซนควบคุมพื้นที่ภายในโรงเรียน ส่วนที่มีอาการก็ส่งไปรักษาตามโรงพยาบาลสนามและโรงพยาบาลคลองท่อม และเราได้มีกรมการแพทย์แผนโบราณและการแพทย์ทางเลือก ได้นำสมุนไพรฟ้าทะลายโจร จำนวน 900 ชุด เพื่อแจกจ่ายดูแลรักษาผู้ป่วย ถือว่าเป็นทางเลือกในการรักษา สร้างความมั่นใจว่าทุกคนได้รับการดูแลจากแพทย์พยาบาลเป็นอย่างดี จนกว่าหายป่วยและกลับบ้านได้

พ.ต.ท มล กิติบดี ประวิตร กล่าวว่าตั้งแต่ละลอก 3 ตั้งแต่เดือน เมษายน กระบี่มีผู้ติดเชื้อสะสม 684 คน ปัจจุบัน รักษาอยู่ 295คน หายป่วยแล้ว 389 คน เป็นชาวต่างชาติแค่ 5 คน ที่เหลือเป็นคนไทย คลัสเตอร์แรกเจอที่ช่องพลี กระโดดมาที่ 38 คน และได้ดำเนินการมาตราการ Scall Dowe ลดพื้นที่ในการคุมเข้มมาตราการในแต่ละที่ เพื่อลดผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนให้น้อยที่สุด สั่งกำชับ จนท ตรวจผู้ที่เดินทางเข้ากระบี่ ต้องฉีด แอสตร้าเซเนก้า จำนวน 1 เข็ม หรือ ฉีดซิโนแวคครบโดส และมีผลการตรวจ (seab) มาแล้วไม่เกิน 72 ชม และสั่งกำชับนายอำเภอทั้ง 8 อำเภอ ลงพื้นที่ตรวจเข้มบุคคลที่เดินทางและผู้ป่วยในพื้นที่เข้ามากระบี่โดยถูกต้องหรือไม่ ถ้าพบผู้ฝ่าฝืนประกาศโรคติดต่อฯ ทางจังหวัดจะใช้กฎหมายดำเนินคดีกับผู้ที่ฝ่าฝืนทันที โดยรวบหลักฐานเอาผิดจากทามไลน์ และขอความร่วมมือ คือการส่งข้อมูลข้อความที่เป็นเท็จ บิดเบือน ดราม่าต่างๆ ไปแชร์ไลน์ในโลกโซเชียลทำให้คนในสังคมได้รับข้อมูลคลาดเคลื่อน สร้างความตระหนกประชาชนในพื้นที่ ถ้าพบผู้กระทำผิดจะดำเนินคดีทางกฎหมาย สำหรับผู้ที่ฝ่าฝืน ตาม พรบ คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บ หรือทั้งจำทั้งปรับ จึงขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนอีกด้วย และขอขอบคุณน้ำใจพี่น้องชาวกระบี่ ร่วมกันบริจาคนำสิ่งของ อาหารแห้ง ที่จำเป็นมามอบให้กับหน่วยงานที่เปิดรับบริจาคเพื่อมอบให้ตาม รพ สนามต่างๆ ในแต่ละแห่ง ผู้ว่าฯกระบี่ กล่าว

ข้อมูลข่าว / ภาพ
มโนธรรม ใจหาญ จ.กระบี่ รายงาน

By admin1
No widgets found. Go to Widget page and add the widget in Offcanvas Sidebar Widget Area.