“แรมโบ้” โฆษกฯ สอส. เผย ที่ประชุม สอส.พร้อมให้ความช่วยเหลือ สมาชิกสภาเครือข่ายประชาชนอีสาน (สอส.)

“แรมโบ้” โฆษกฯ สอส. เผย ที่ประชุม สอส.พร้อมให้ความช่วยเหลือ สมาชิกสภาเครือข่ายประชาชนอีสาน (สอส.) และสภาประชาชน 4 ภาค ที่ได้รับความเดือดร้อนทั้งการจัดกาที่ดินทำกิน หนี้สิน รวมถึงจัดทำโครงการส่งเสริมและฟื้นฟูอาชีพภาคการเกษตร

 

นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ในฐานะโฆษกคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของสภาเครือข่ายประชาชนอีสาน (สอส.) และสภาประชาชน 4 ภาค กล่าวว่าในการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของสภา เครือข่ายประชาชนอีสาน (สอส.) และสภาประชาชน 4 ภาค โดยมีพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เข้าร่วมประชุมด้วยในฐานะรองประธาน

 

โดยที่ประชุมรับทราบความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน ปัญหาหนี้สิน และปัญหาการพัฒนาและส่งเสริม อาชีพภาคเกษตร จานวน 6 เรื่อง คือ สอส. ขอให้ชะลอการบังคับคดีแก่สมาชิกสภาเครือข่ายฯ ในแปลงที่ดินพื้นที่ตำบลกลัดหลวง อำเภอ ท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี ให้แก่สมาชิกสภาเครือข่ายฯ จานวน 88 ราย พร้อมบริวาร กรณีที่ศาลมีคาพิพากษาให้สภา เครือข่ายฯ ออกจากพื้นที่และส่งมอบการครอบครองที่ดินในแปลงที่ดินพื้นที่ คืนให้กับสานักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อ เกษตรกรรม

 

ขณะนี้คณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดินและป่าไม้ ร่วมกับจังหวัดเพชรบุรี ได้เจรจาให้สมาชิกสภาเครือข่ายฯ ให้ส่งมอบพื้นที่คืนให้สานักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดเพชรบุรี พร้อมทั้งได้ออกจากพื้นที่ดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว

 

นอกจากนี้ สอส. การขอให้แก้ไขปัญหาหนี้สินของเกษตรกรที่เกิดจากการเช่าซื้อที่ดินโครงการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน ซึ่งเรื่องนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากเรื่องดังกล่าวต้องดำเนินการให้เป็นไป ตามระเบียบ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาหนี้สินของเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน โดยขณะนี้ สปก.ได้ ออกระเบียบปี 2564 ว่าด้วยการเช่าฯ แทนการเช่าซื้อเพื่อแก้ปัญหาเกษตรกรที่ไม่สามารถชาระหนี้ค่าเช่าซื้อได้ อยู่ระหว่างการประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อนำมาใช้ปฏิบัติต่อไป

 

ส่วนข้อเสนอ สอส. ยังขอให้จัดหาหรือจัดซื้อที่ดินพื้นที่อื่นเพิ่มเติม เพื่อนำมาจัดสรรให้กับสมาชิกสภาเครือข่ายฯนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากการดำเนินงานในกรณีดังกล่าว ต้องสำรวจพื้นที่ทั้งหมดทั่วทั้งประเทศว่ามีพื้นที่ใดที่มีความเหมาะสม โดยจะพิจารณาพื้นที่ที่เป็นป่าเสื่อมโทรม พื้นที่ที่รัฐกาหนดเป็นพื้นที่สาธารณประโยชน์ หรือที่สาธารณะที่ไม่ได้นามาใช้ประโยชน์ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการแก้ไขปัญหาต่อไป

 

สำหรับการขอให้จัดที่ดินทำกินให้แก่เกษตรกรสภาเครือข่ายฯ ในพื้นที่แปลงว่าง ที่เหลือจากการจัดที่ดิน ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2552 ที่มีอยู่จานวน 1,747 ไร่ เพื่อจัดให้สมาชิกสภาเครือข่ายฯ ไม่ เกินรายละ 6 ไร่ (พื้นที่เกษตรกรรม 5 ไร่+ที่อยู่อาศัย 1 ไร่ ) อยู่ระหว่างการพิจารณาของหน่วยงาน เนื่องจากต้องดำเนินการให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.การปฏิรูปที่ดิน เพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๑๘ และที่แก้ไขเพิ่มเติม รวมทั้งระเบียบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเบื้องต้นสามารถดาเนินการ ได้โดยใช้ระเบียบเกี่ยวกับการจัดที่ดินให้สถาบันเกษตรกร ปี 2558 โดยให้ สอส. ต้องรวมกลุ่มในแต่ละพื้นที่ เพื่อ จัดตั้งเป็นสถาบันเกษตรกร อาทิ กลุ่มเกษตรกร หรือสหกรณ์ ก่อนขอใช้ที่ดินดังกล่าวได้

 

ขณะที่การแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกร สมาชิก สอส. มีข้อเรียกร้อง ให้มีการแก้ไขปัญหาหนี้เร่งด่วน โดยขอให้มีการชะลอการดาเนินคดีออกไปก่อน จำนวน 37,061บัญชี (จานวน 27,300 ราย) วงเงิน 37,000 ล้านบาทเศษ ประธานอนุกรรมการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรได้ส่งให้หนังสือพร้อมรายชื่อลูกหนี้ ให้สถาบันเจ้าทุกแห่งได้รับทราบและใหการช่วยเหลือตามมาตรการ ของแต่ละสถาบันเจ้าหนี้แล้ว และได้แจ้งผลให้กับเครือข่าย สอส. รับทราบแล้ว

 

และข้อเสนอให้แก้ไขปัญหาหนี้ของสภาเครือข่ายฯ จำนวน 18,373 ราย วงเงินหนี้ 49,568,279,054.35 บาท คณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรได้เห็นชอบให้แก้ปัญหาโดยใช้ช่องทางของรัฐที่มีอยู่ อาทิ กองทุนหมุนเวียนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ยากจน สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร หรือสหกรณ์ต่างๆ ในสังกัดกรมส่งเสริมสหกรณ์ ซึ่ง หน่วยงานสถาบันเจ้าหนี้เหล่านี้ ได้พิจารณาคัดกรองในเบื้องต้นแล้ว อยู่ระหว่างสมาชิกสภาเครือข่ายฯ จัดเตรียมเอกสาร เพื่อติดต่อขอรับความช่วยเหลือจากหน่วยงานดังกล่าวเป็นรายบุคคลต่อไป

 

สอส.ยังเสนอโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สิน โดยตั้งเป็นกองทุนซื้อหนี้ให้แก่สมาชิกเครือข่ายฯ จานวน 18,956 ราย โดยขอใช้งบกลาง วงเงิน 51,554,868,670 บาท ประธานคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกร ได้ส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วอยู่ระหว่างการพิจารณาของหน่วยงาน

 

และ สอส.ได้เสนอ “โครงการส่งเสริมและฟื้นฟูอาชีพภาคการเกษตร ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” กิจกรรมประกอบด้วยด้านพัฒนาที่ดิน ปศุสัตว์ ประมง และกรมส่งเสริม การเกษตร จานวน 62,598 ราย ในพื้นที่ 35 จังหวัด วงเงิน 790,612,437 บาท โดยขณะนี้คณะอนุกรรมการส่งเสริมและฟื้นฟูอาชีพภาคเกษตร อยู่ระหว่างดาเนินการปรับรายละเอียดโครงการให้เป็นไปตามระเบียบ หลักเกณฑ์ในการของบประมาณของแต่ละหน่วยงาน ก่อนเสนอเห็นชอบโครงการต่อไป

 

ที่ประชุมยังให้ความเห็นชอบให้นำโครงการแก้ไขปัญหาแหล่งน้าในเขตปฏิรูปที่ดิน 3 จังหวัดนาร่อง คือ เพชรบุรี ลพบุรี และ นครราชสีมา จานวน 9 โครงการ วงเงิน 75,118,141 บาท โดยให้เสนอขอใช้งบกลาง และมอบหมายให้สานักงาน ทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เพื่อพิจารณานาเสนอคณะกรรมการทรัพยากรน้าแห่งชาติ พิจารณาดำเนินการต่อไป

 

พร้อมกับเห็นชอบ ให้มีการปรับปรุงองค์ประกอบคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาของสภาเครือข่ายประชาชนอีสาน (สอส.) และ สภาประชาชน 4 ภาค จากเดิมมี 6 คณะ ให้เหลือ 5 คณะ โดยปรับลดคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาผู้ร่วมพัฒนาชาติ ไทย (ผรท.) เนื่องจากปัญหาดังกล่าวได้รับการแก้ไขครบถ้วนแล้ว ทั้งนี้ หากมีผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย ยังได้รับความ เดือดร้อนอยู่ ขอให้เข้าร่วมโครงการของรัฐที่ดาเนินการอยู่ในปัจจุบัน

 

รวมถึงเห็นชอบ ในการเสนอชื่อประธานคณะอนุกรรมการคณะอนุกรรมการส่งเสริมและฟื้นฟูอาชีพภาคเกษตรคนใหม่ จากนายสุทธิชัย จรูญเนตร กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจานายกรัฐมนตรี ปฏิบัติงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งได้ลาออกจากตาแหน่งกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี เป็น ดร.ธนสาร ธรรมสอน ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วย ว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ร้อยเอกธรรมนัสพรหมเผ่า)

By admin1
No widgets found. Go to Widget page and add the widget in Offcanvas Sidebar Widget Area.