กรมปศุสัตว์ เร่งให้ยา-ฉีดวัคซีน โค-กระบือ ที่ขอนแก่นป้องกันโรคลัมปีสกิน เต็มที่ ขณะที่เกษตรกร มั่นใจสัตว์ทุกตัวหายจากโรคร้ายได้

กรมปศุสัตว์ เร่งให้ยา-ฉีดวัคซีน โค-กระบือ ที่ขอนแก่นป้องกันโรคลัมปีสกิน เต็มที่ ขณะที่เกษตรกร มั่นใจสัตว์ทุกตัวหายจากโรคร้ายได้


เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 10 มิ.ย. 2564 ที่ อบต.โคกสูง อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดรกรมปศุสัตว์ เป็นประธานเปิดกิจกรรมรณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกันและกำจัดโรคลัมปีสกิน โดยมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งเกษตรกรผู้เลี้ยงโค กระบือ กว่า 100 คน เข้าร่วมกิจกรรม และรับเวชภัณฑ์ เพื่อรักษาโรคลัมปีสกินในโค กระบือ อย่างพร้อมเพรียง

นายชาญประเสริฐ พลซา ปศุสัตว์ จ.ขอนแก่น กล่าวว่า เกษตรกรที่เลี้ยงโค กระบือ จำนวน 12,463 ราย โดยมี โคเนื้อ 234,480 ตัว โคนม 34,570ตัว และกระบือ 39,081ตัว โดยพบการระบาดของโรคลัมปี สกิน ครั้งแรกในโคเนื้อจำนวน 4 ตัว เมื่อ วันที่2 เม.ย.ที่ อ.บ้านฝาง สำนักงานปศุสัตว์อำเภอบ้านฝาง ได้ออกประกาศ เรื่องกำหนดโรคระบาดสัตว์ชั่วคราว จากนั้นการระบาดมีแนวโน้มระบาดเป็นวงกว้างแพร่กระจายเพิ่มขึ้นในหลายอำเภอ จ.ขอนแก่น จึงได้ประกาศจังหวัดขอนแก่น เรื่อง กำหนดเขตโรคระบาดสัตว์ ชนิดโรคลัมปี สกิน ในโค กระบือ วันที่ 18 พ.ค. 2564
ขณะเดียวกันจังหวัดขอนแก่นได้ดำเนินการควบคุมโรค และให้ความช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาโรคลัมปี สกิน โดยดำเนินการตาม 5 มาตรการ ประกอบด้วยควบคุมการเคลื่อนย้ายโค กระบือ จังหวัดขอนแก่นได้ประชาสัมพันธ์และให้ความรู้ความเข้าใจแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโค กระบือในทุกพื้นที่จังหวัดขอนแก่น เกี่ยวกับโรคล้มปี สกิน และขอความร่วมมือในการห้ามการเคลื่อนย้ายโค กระบือ ได้ขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการตลาดนัดค้าสัตว์โค -กระบือ ชะลอการค้าในตลาดนัดค้าสัตว์โค กระบือ เป็นการชั่วคราว หรือจนกว่าสถานการณ์การเกิดโรคจะสงบลง การเฝ้าระวังการเกิดโรคอย่างใกล้ชิด โดยเครือข่ายอาสาปศุสัตว์ประจำหมู่บ้าน ซึ่งจังหวัดขอนแก่นมีจำนวนหมู่บ้านทั้งหมด 2,011 หมู่บ้าน มีอาสาปศุสัตว์ทุกหมู่บ้าน จำนวนทั้งสิ้น 2,179 คน ซึ่งหากเกษตรกรพบโค กระบือป่วย มีอาการ มีไข้ซึม เบื่ออาหาร เกิดตุ่มตามผิวหนัง บริเวณหัวคอ ขา ลำตัว ให้แจ้งอาสาปศุสัตว์ในพื้นที่ หรือ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ปศุสัตว์อำเภอหรือแจ้งโดยตรงที่ปศุสัตว์จังหวัดขอนแก่น การป้องกันและกำจัดแมลงนำโรค โดยบูรณาการร่วมกับองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นในการแนะนำเกษตรกรกางมุ้งที่คอกโค กระบือ, ใช้หลอดไฟไล่แมลง, การหยดยาฆ่าแมลง หรือ พ่นสารกำจัดแมลงที่ตัวสัตว์, ขอความร่วมมือให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการพ่นสารกำจัดแมลงภายในหมู่บ้านที่เกิดโรค ในทุกพื้นที่ จำนวน 224 แห่ง และได้ประสานขอสนับสนุนเวชภัณฑ์จากองค์การบริหารส่วนจังหวัดในการป้องกัน ควบคุม การแพร่ระบาดของโรคลัมปีสกิน การดำเนินการรักษาพยาบาลสัตว์ป่วย โดยสำนักงานปศุสัตว์อำเภอทุกอำเภอ จัดหน่วยรักษาพยาบาลเคลื่อนที่ ออกให้บริการโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย! และเน้นย้ำสร้างการรับรู้โรคลัมปี สกิน รักษาหาย เนื้อกินได้ ไม่ติดคน และดำเนินการฉีดวัคนควบคุมโรคลัมปี สกิน จังหวัดขอนแก่นมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันต่อโรคลัมปี สกินให้แก่โค กระบือ ทั้ง 26 อำเภอของจังหวัดขอนแก่น ปัจจุบันสถานการณ์การระบาดของ โรคลัมปี สกิน พบการระบาดในพื้นที่ทั้งสิ้นจำนวน 25 อำเภอ จำนวนสัตว์ป่วยรวมทั้งสิ้น 2,073 ตัว ได้แก่ โคเนื้อ จำนวน 2,032 ตัว โคนม จำนวน 31 ตัว และกระบือ จำนวน 10 ตัว จำนวนสัตว์ตาย 95ตัว ยกเว้นอำเภอหนองนาคำยังไม่มีรายงานการพบโรค

ขณะที่ นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดรกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า โรคลัมปี สกิน เป็นโรคอุบัติใหม่ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย เกิดจากเชื้อไวรัส (Capripoxvirus) และเป็นโรคระบาดสัตว์ตามพรบ.โรคระบาดสัตว์ 2558 มีการระบาดในโค-กระบือ ไม่ติดคน มีแมลงดูดเลือด ยุง เห็บ เหลือบ แมลงวันเป็นพาหะ จึงพบว่ามีการระบาดที่รวดเร็วและเป็นวงกว้าง โค-กระบือที่เป็นโรคลัมปี-สกิน จะพบอัตราการป่วย 5-45% อัตราการตายน้อยกว่า 10%โคที่มีอายุน้อยจะมีอัตราการตายสูงกว่าโคอายุมากดังนั้นเพื่อเป็นการควบคุมโรคที่เร่งด่วนและให้ทันกับสถานการณ์ของการระบาด กรมปศุสัตว์ จึงนำเข้าวัคซีนป้องกันโรคลัมปี สกิน จากต่างประเทศเพื่อนำมาใช้ในการควบคุมโรคลัมปี สกิน สำหรับ โค กระบือ ในประเทศไทย จำนวนทั้งสิ้น 60,000โดส

” เป็นวัคซีนชุดแรกที่นำเข้าเพื่อมาป้องโรคระบาดที่เกิดขึ้นในประเทศไทย และเร่งแก้ไขปัญหาการควบคุมโรคที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัด วัคซีนป้องกันโรคลัมปี สกินเป็นวัคซีนเชื้อเป็น การใช้วัคซีนเพื่อป้องกันโรคฯ จึงต้องมีมาตรการที่รัดกุม โดยหลักเกณฑ์การพิจารณาให้วัคซีนจะพิจารณาพื้นที่ที่ไม่เกิดโรคเป็นหลัก ซึ่งการป้องกันโรคลัมปี สกิน ก็เป็นสิ่งที่สำคัญกรมปศุสัตว์จึงขอให้เกษตรกรผู้เลี้ยง โค กระบือ ทำตามมาตรการควบคุมโรคที่กรมปศุสัตว์กำหนดอย่างเคร่งครัด”

อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวต่ออีกว่า ขณะนี้พบสัตว์ที่ป่วยด้วยโรคลัมปีสกินแล้วประมาณ 50,000 ตัว ตายไป 500 กว่าตัว โดยอัตราการเกิดโรคนั้นอยู่ที่ประมาณ 30 % ส่วนอัตราการตายนั้นไม่เกิน 10 %แต่จากการประเมินสถานการณ์พบว่าอัตราการตายนั้นมีน้อยเพียง 1-2 % แต่ในทางกลับกันพบว่าอัตราความกังวลของชาวบ้านนั้นมีมาก เนื่องจากเป็นโรคอุบัติใหม่ที่เกิดขึ้นในประเทศ ที่ผ่านมาไม่เคยเกิดโรคดังกล่าวนี้ขึ้นมาก่อน เพราะฉะนั้นทำให้ชาวบ้านนั้นไม่รู้ว่าโรคลัมปีสกินนั้นคืออะไรและมาจากไหนทำให้มีความวิตกกังวล ซึ่งยืนยันว่าโรคลัมปีสกินนั้นไม่ใช่โรคที่ร้ายแรงหากเราเข้าใจในตัวโรคว่าเป็นเพียงไวรัสชนิดหนึ่งเท่านั้น วัวพื้นเมืองหรือวัวบ้านหรือกระบือนั้นอัตราการเกิดโรคและเสียชีวิตจากโรคถือว่าน้อยมา โดยส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นกับโคที่อายุน้อยและวัวสายพันธุ์ยุโรป

” กรมปศุสัตว์ได้มีการลงพื้นที่ไปสำรวจโดยเจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่อง โดยรัฐบาลเองมีความเป็นห่วงเป็นใยพี่น้องประชาชนในเรื่องดังกล่าว ประชาชนคนไหนที่เลี้ยงวัวและเกิดโรคลัมปีสกินจนเสียชีวิตทางเจ้าหน้าที่ก็จะมีการเยียวยาตามสิทธิเช่นเดียวกับภัยพิบัติต่างๆ ในส่วนสัตว์ที่ป่วย ทางเจ้าหน้าที่ปสุสัตว์แต่ลำพื้นที่ก็มีการเข้าไปช่วยเหลือให้ยารักษาและฉีดวัคซีนป้องกันในกลุ่มวัว ควาย กระบือที่ยังไม่เกิดโรคอย่างเร่งด่วน ในเรื่องของภัยพิบัตินั้นจะอยู่ในหลักเกณฑ์ของกระทรวงการคลัง แม้ขอนแก่นจะยังไม่ประกาศเป็นเขตภัยพิบัติก็จะมีการประชุมกันอีกครั้งในเรื่องการเยียวยาย้อนหลังก่อนการประกาศด้วย
ส่วนเรื่องวัคซีนนั้นขณะนี้ยังไม่มีการขึ้นทะเบียนในประเทศไทย ทำให้ยังไม่มีการรับรองจาก อย. แต่วัคซีนที่เรานำเข้าขณะนี้นั้นถือว่าผ่าน อย. เพราะมีการตรวจสอบคุณภาพแล้วว่าสามารถป้องกันโรคได้ ในส่วนวัคซีนเถื่อนนั้นทางกรมปศุสัตว์ไม่แนะนำให้เกษตรกรหาซื้อมาใช้เอง ขอให้ทางเกษตรกรใช้วัคซีนที่มาจากการนำเข้าของกรมปศุสัตว์จะดีที่สุด และเนื่องจากโรคนี้เป็นโรคใหม่วัคซีนจะต้องสั่งจากต่างประเทศ แต่วิธีการการกำจัดโรคนั้นประเทศไทยมีประสบการณ์จากโรคระบาดอื่นๆมาก่อนหน้านี้ ซึ่งประเทศไทยก็จะมีการวิจัยและผลิตวัคซีนขึ้นเอง เพื่อให้เกิดค่าใช้จ่ายต้นทุนได้ถูกลง และในส่วนที่หลายคนวิตกกังวลว่าหากวัวควายกระบือติดโรคแล้วจะสามารถรับประทานได้หรือไม่นั้น ขอยืนยันว่าสามารถรับประทานได้ตามปกติไม่เป็นอันตรายแต่อย่างใด”

ด้าน นายไพรวัลย์ จันทร์โสดา อายุ 57 ปี เกษตรกร ต.โคกสูง อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น กล่าวว่า เลี้ยงวัวพันธ์บราห์มันแดง จำนวน 17 ตัว ตอนนี้ป่วยทุกตัว แต่ได้ประสานกับเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ เพื่อซื้อยามารักษาและฉีดยาไปแล้ว 6 ตัว เหลือ11 ตัวยังไม่ฉีด ซึ่งเจ้าหน้าที่จะทยอยฉีดให้จนครบทุกตัว และเชื่อว่า โคที่ป่วยจากการติดโรคลัมปี สกิน จะหายขาดทุกตัว

Related posts