สาวร้านค้าสวัสดิการโรงพยาบาลแห่งหนึ่งโพสต์คลิปวงจรปิดเตือนเป็นอุทาหรณ์

สาวร้านค้าสวัสดิการโรงพยาบาลแห่งหนึ่งโพสต์คลิปวงจรปิดเตือนเป็นอุทาหรณ์ หลังถูกหญิงรายหนึ่งมาซื้อของแล้วจ่ายเงินแบงก์ร้อย พอได้เงินทอนบอกจ่ายแบงก์พัน พนักงานสาวตั้งตัวไม่ทันทอนเพิ่มให้อีก900 สุดท้ายต้องถูกหักเงินตัวเองไป 1,100 บาท

 

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 3 มิ.ย.2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าโลกโซเชียลมีเดียและเพจต่างๆทั่วทั้ง จ.ขอนแก่น ได้มีการเผยแพร่ภาพจากผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Giik Plugsa G” ที่ได้โพสต์คลิปภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่ที่ร้านค้าสวัสดิการของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งใน เขต จ.ขอนแก่น พร้อมข้อความระบุว่า “ขอเตือนภัยคนที่ทำงานด้านนี้นะคะ ก่อนอื่นเลยก็ต้องยอมรับด้วยว่าเป็นความสะเพร่าของตัวเราเองด้วยแหล่ะที่ไม่มีความรอบครอบ แต่ก็อย่างที่เห็นในคลิปคือเหตุการณ์มันเกิดขึ้นไวมาก แล้วคนก็เยอะมากๆด้วย ที่คิดได้ตอนนั้นคือต้องรีบเคลียร์คนให้เร็วที่สุดเพราะลูกค้าต่อคิวเยอะมาก ทำให้พลาดที่ไม่ได้ไปดูกล้องตอนนั้นเลย ปกติถ้ามีเหตุการณ์แบบนี้เราจะรีบไปขอดูกล้องแม้กับการทอนเงินพลาดแค่5บาทก็เถอะ

เริ่มเรื่องเลยแล้วกันนะคะ วันที่ 1 มิ.ย 64 เวลา 10:26 น. คือมีคุณป้าท่านหนึ่งมาซื้อของที่ร้านจำนวน 66 บาท ได้จ่ายเป็นแบงค์ 100 มาตามที่ปรากฏอยู่ในคลิป เราก็คีย์ไปในระบบ 100 แล้วทอนเงินไป 34 บาทยื่นให้คุณป้าไป แล้วคุณป้าก็หยิบเงินจากมือเราแล้วก็บอกว่าเมื่อกี้ให้แบงค์1000ไปนะ เราก็เลยถามกลับไปว่า ใช่หรอคะ ไม่ใช่แบงค์ร้อยหรอคะ (จากในคลิปจะเห็นเราหยุดถาม) แล้วคุณป้าก็ยืนยันเสียงแข็งว่าเป็นแบงค์พันแน่นอนพร้อมวางเงินลงตามในคลิป เราเห็นคุณป้ายืนยันก็เลยรีบหยิบเงินมาทอนให้เพิ่มอีก 900฿ เพื่อที่จะไม่ให้แถวยาวไปนานกว่านี้ (คือตอนนั้นมันคิดไม่ทันแล้วมันก็เร็วมากจริงๆ) ซึ่งใครที่เคยไปซื้อของที่ร้านสวัสดิการ รพ. จะรู้เลยว่าคนเยอะมากจริงๆ พอเสร็จเราก็ยังคาใจเลยจำเวลามาขอดูกล้องทีหลัง ซึ่งคุณป้าก็ได้ให้แบงค์ร้อยจริงๆ คือเราต้องโดนหักเงินส่วนที่เราทำพลาดไปในวันนั้นเป็นเงิน 1100บาท ไม่รู้นะคะว่าคุณป้าจะตั้งใจหรือไม่ก็ตามแต่คือหนูเดือดร้อน ยืนทำงานทั้งวันแทบจะไม่ได้นั่งเลย ยังจะโดนหักเงินมากกว่าค่าแรงวันนั้นอีก อย่าหาทำเลยนะคะ แต่อีกคลิปซึ่งเป็นกล้องด้านหลังร้าน จะเห็นว่าคุณป้ายังเดินเปิดกระเป๋านับเงินอยู่เลย ถ้าคุณป้าคิดผิดแล้วทำไมคุณป้าถึงไม่ถือเงินทอนนั้นกลับมาคืนหนูคะ บนความที่คุณคิดว่าโชคดีของคุณ อาจกำลังสร้างความเดือดร้อนให้ใครบางคนอยู่ก็ได้นะคะ

ฝากไว้ให้ไตร่ตรองสักนิดเถอะค่ะ”

ในเวลาต่อมาผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยังผู้โพสต์ (เจ้าตัวไม่ยอเปิดเผยชื่อและนามสกุล) ทราบว่า เหตุการณ์ดังกล่าวหลังเกิดเหตุไม่ได้เข้าแจ้งความแต่อย่างใด และไม่ได้โกรธหญิงรายดังกล่าว เพราะส่วนหนึ่งก็เป็นความสะเพร่าของตัวเองด้วยที่ไม่ดูให้ชัดเจนและจำว่าเป็นธนบัตรอะไร ส่วนที่มาโพสต์นั้นก็อยากจะให้เป็นอุทาหรณ์กับคนที่ทำงานเหมือนกันให้ระมัดระวัง ตรวจสอบเงินที่รับมาให้ดีเพื่อไม่ให้เดือดร้อนตัวเอง

Related posts