โผล่อีกแก๊งพระธุดงค์โบกรถขอเงินชาวบ้าน

โผล่อีกแก๊งพระธุดงค์โบกรถขอเงินชาวบ้าน ขณะที่เลขาเจ้าคณะจังหวัดเตือนผิดวินัยสงฆ์วอนตำรวจตรวจสอบหลังมหาเถระสมาคมมีคำสั่งห้ามทำกิจกรรมช่วงโควิด

ที่จังหวัดอ่างทองหลังสื่อมวลชนนำเสนอข่าของผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึง ได้โพสต์ภาพกลุ่มผู้แต่งกายคล้ายพระสงฆ์ ยืนโบกรถที่สัญจรไปมาบนถนนสายเอเซียช่วงรอยต่อพื้นที่ อ.ไชโย จ.อ่างทอง พร้อมข้อความว่า “ยืนถือขวดน้ำโบกรถขอเงินระบาดหนักถนนสายเอเชีย” ก่อนที่ผุ้แสดงความคิดเห็นจำนวนมากถึงพฤติกรรมของพระสงฆ์กลุ่มนี้ โดส่วนใหญ่จะพบพฤติกรรมที่ทำทีเป็นโบกรถเพื่อขอน้ำดื่มก่อนขอเงินค่าเดินทางกับผู้ใจบุญที่จอดรถ ขณะที่บารายนำภาพขณะพบเจอรถยนต์ที่จอดรับพระกลีมดังกล่าวขึ้นรถไปซึ่งไม่ทราบว่าเป็นผู้ใจบุญที่หรือเป็นกลุ่มเดียวกับกลุ่มดังกล่าว ซึ่งหลังทราบเรื่องผู้สื่อข่าวจึงตะเวนตรวจสอบบนถนนสายเ เชีย ตั้งแต่กม.ที่ 50 ต.บ้านอิฐ อ.เมือง จ.อ่างทอง ไปจนถึง เขตรอบต่อจังหวัดสิงห์บุรี จนกระทั่งไปพบพระ 1 รูปและเณร 1 รูป ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับกลุ่มพระที่ชาวบ้านตั้งข้อสังเกตกำลังเดินอยู่บนถนนสายเอเชียช่วงกม.ที่ 55 โดยจากการตรวจสอบพฤติกรรมพบว่ามีความพยายามในการใช้ขวดน้ำเปล่าโบกรถที่สัญจรไปมาให้จอดตลอดการเดินทาง และเมื่อติดตามไปเรื่อยจนพบว่า ทั้งคู่มีท่าทีที่แปลกและไม่เหมือนพระธุดงค์ทั่วไป จึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ โดยเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองอ่างทอง เดินทางมาถึงและเข้าตรวจสอบ พรองค์ดังกล่าวได้นำใบสุทธิ ที่ระบุว่าพระเดชดำรงค์ สุชาโต อายุ 37 ปี บวชอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งใน จ.เลย และอ้างว่ากำลังจะเดินธุดงค์ไปที่จังหวัดกำแพงเพชร ส่วนกรณีที่ใช้ขวดเปล่าโบกรถก้เพราะน้ำหมดแต่ยืนยันไม่มีการขอเงินกับผู้ที่ใจบุญ เมื่อถามว่าเมื่อวานที่ผ่านม็เห็นอยุ่ในพื้นที่ อ.ไชโย จ.อ่างทอง ทางพระเดชดำรงปฏิเสธว่าไม่ใช่ ทางเจ้าหน้าที่จึงตักเตือนไม่ให้ทำเช่นนี้อีกก่อนที่จะให้เดินทางต่อไป ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น

ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้ตะเวนตรวจสอบบนถนนสาย 33 ป่าโมก-สุพรรณบุรี ต.ป่าโมก อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง ซึ่งพบว่ามีกลุ่มพระธุดงค์จำนวน 4 รูปที่มีลักษณะและพฤติกรรมเดียวกันกับกลุ่มที่อยู่ถนนสายเอเซีย โดย 1 ในพระสงฆ์กลุ่มนี้ใช้ขวดน้ำโบกรถที่สัญจรไปมาและเมื่อมีผู้ใจบุญจอดก็จะขอน้ำและขอเงิน ทำให้ผู้ใจบุญหลายคนตกเป็นเหยื่อ โดยพบว่าหลังจากได้เงินแล้วกลุมพระสงฆ์กลุ่มนี้เข้าไปสั่งอาหารที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งเพื่อฉันท์ซึ่งผิดวิสัยกับพระธุดงค์ทั่วไปที่จะไม่แวะร้านอาหารและจะฉันท์อาหารที่ได้รับการบินฑบาตรมาเท่านั้น โดยหลังจากใช้เวลาอยู่ในร้านอาหารตามสั่งอยู่พักใหญ่ก็ออกเดินทางต่อไปโดยมุ่งหน้าไปตามถนนสาย 33 ไปยังจังหวัดสุพรรณบุรี

ด้านพระครูสุทธิกิจจาทร เลขาเจ้าคณะจังหวัดอ่างทอง เปิดเผยว่ากรณีดังกล่าวเป็นการไม่เหมาะสมอย่างยิ่งโดยเฉพาะช่วงนี้ซึ่งมีการแพร่ระบาดของเชื้อโรคโควิด-19และมหาเถรสมาคมมีประกาศให้พระทุกรูปงดทำกิจกรรมทุกประเภท ซึ่งการธุดงค์ก็เป็นกิจกรรมหนึ่งที่ไม่สมควรทำ ยิ่งการกระทำตามพฤติกรรมเช่นนี้เป็นการผิดวินัยสงฆ์ จึงผวกเตือนญาติโยมเมื่อพบเห็นอย่าให้การสนับสนุนหรือทำบุญ และฝากไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจขอให้ตรวจสอบว่าเป็นพระจริงหรือไม่ โดยเมื่อพบสามารถนำมาพบที่สำนักงานเจ้าคณะเพื่อตรวจสอบแต่ไม่ว่าจะเป็นพระจริงหรือพระปลอมก็ไม่สมควรอย่างยิ่ง

Related posts