กรมอนามัย เผย แนวทางคุมเข้มสวนสาธารณะหลังผ่อนคลาย ใช้มาตรการ 3 สร้าง ป้องกันโควิด

กรมอนามัย เผย แนวทางคุมเข้มสวนสาธารณะหลังผ่อนคลาย ใช้มาตรการ 3 สร้าง ป้องกันโควิด

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข จัดเสวนาถึงแนวทางการเปิดสวนสาธารณะสำหรับประชาชนหลังสถานการณ์ โควิด-19 คลี่คลาย กำหนดใช้มาตรการ 3 สร้าง “สร้างมาตรฐาน – สร้างความปลอดภัย – สร้างความมั่นใจ” ขับเคลื่อน ผ่านแคมเปญ “ตัดความเสี่ยง สร้างภูมิคุ้มกัน มุ่งมั่นป้องกันโควิด-19” เพื่อให้ประชาชนได้รับการประเมินความเสี่ยง สร้างภูมิคุ้มกันโรคตามมาตรการป้องกันโรค และสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ
วันนี้ (29 พฤษภาคม 2564) นายแพทย์สราวุฒิ บุญสุข รองอธิบดีกรมอนามัย ร่วมเสวนาเรื่อง “ออกกำลังกายในสวนสาธารณะ ภายใต้สถานการณ์โควิด-19 ไม่ปลอดภัยจริงหรือ ?” เพื่อหาแนวทางการเปิดสวนสาธารณะสำหรับประชาชน หลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย ร่วมกับ ดร.นิวัฒน์ ลิ้มสุขนิรันดร์ อธิบดีกรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ประธานคณะอนุกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกีฬา ณ โถงอาคาร 1 ชั้น 1 กรมอนามัย
นายแพทย์สราวุฒิ บุญสุข รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า การออกกำลังกายเป็นกิจกรรมสุขภาพที่สำคัญที่จะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันสูงขึ้น หรือหากติดเชื้อโควิด-19 ก็จะมีภาวะโรค หรือมีอาการที่ไม่รุนแรง ร่างกายฟื้นฟูได้เร็วขึ้น ถึงแม้ว่าขณะนี้สถานประกอบการหลายประเภทยังคงปิดให้บริการหรือปรับรูปแบบใหม โดยให้ใช้เวลาอยู่นอกบ้านให้น้อยที่สุด ซึ่งรวมถึงสวนสาธารณะที่ยังไม่อนุญาตให้มีการทำกิจกรรมหรือออกกำลังกายภายในสวนสาธารณะได้ แม้ว่าจะเป็นสถานที่ที่มีความเสี่ยง ต่อโอกาสติดเชื้อโควิด 19 น้อยที่สุด เนื่องจากการออกกำลังกายในพื้นที่กลางแจ้ง หรือสวนสาธารณะ ลานกีฬากลางแจ้ง เป็นพื้นที่เปิด มีแสงแดด มีอากาศถ่ายเทสะดวก พื้นที่กว้างขวาง ไม่แออัด ผู้ที่มาออกกำลังกายสามารถเว้นระยะห่างจากผู้อื่นได้มากกว่า 2 เมตร ดังนั้นหากมีมาตรการผ่อนปรนกิจการและกิจกรรมด้านสถานที่ออกกกำลังกาย ภายใต้การแพร่ระบาดของ โรคโควิด-19 สวนสาธารณะ ลานกีฬากลางแจ้ง จะได้รับการผ่อนปรนเป็นอันดับแรก
นายแพทย์สราวุฒิ กล่าวต่อไปว่า สำหรับแนวทางการเปิดสวนสาธารณะนั้น กรมอนามัยได้เน้นย้ำมาตรการ 3 สร้างคือ สร้างมาตรฐาน สร้างความปลอดภัย และสร้างความมั่นใจ ให้กับประชาชนในการป้องกันโควิด-19 โดยขับเคลื่อนการดำเนินงานต่าง ๆ ภายใต้แคมเปญ “ตัดความเสี่ยง สร้างภูมิคุ้มกัน มุ่งมั่นป้องกันโควิด-19” เพื่อให้ประชาชนได้รับการประเมินความเสี่ยง สร้างภูมิคุ้มกันโรคตามมาตรการป้องกันโรค และสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ ซึ่งกำหนดให้ผู้ปฏิบัติงานและประชาชนที่ ออกกำลังกายภายในสวนสาธารณะต้องปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะมาตรการพื้นฐานคือการสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยเมื่อมาใช้บริการ มีการเว้นระยะห่างอย่างน้อย 1-2 เมตร และไม่ควรจับกลุ่มคุยกัน หรือจับกลุ่มกันเดิน และควรมีการวางแผนช่วงเวลาเพื่อหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายในกลุ่มคนจำนวนมาก ที่สำคัญทั้งก่อนและหลังทำกิจกรรมขอให้ ล้างมือด้วยสบู่และน้ำ หรือใช้เจลแอลกอฮอล์ 70 เปอร์เซ็นต์ เมื่อกลับถึงบ้านให้เปลี่ยนเสื้อผ้าและอาบน้ำทันที
“ทั้งนี้ หน่วยงานที่รับผิดชอบหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ดูแลสวนสาธารณะ ต้องคุมเข้มตั้งแต่ประเมินตนเองผ่านแพลตฟอร์ม Thai Stop COVID Plus จำกัดทางเข้าออกเพียงทางเดียว จัดให้มีจุดคัดกรองพนักงานดูแลและผู้มาใช้บริการ ด้วยการสังเกตและสอบถามอาการในเบื้องต้น หรือใช้เครื่องวัดอุณหภูมิร่างกาย หากพบว่ามีไข้หรือมีอุณหภูมิร่างกายมากกว่าหรือเท่ากับ 37.5 องศาเซลเซียส หรือมีอาการป่วย เช่น ไอ จาม มีน้ำมูก หรือเหนื่อยหอบ ต้องงดให้บริการและแนะนำให้ไปพบแพทย์ทันที ส่วนผู้ดูแลหรือผู้ปฏิบัติงานในสวนสาธารณะต้องประเมินตนเองผ่านเว็บไซต์ “ไทยเซฟไทย” เพื่อประเมินความเสี่ยงก่อนปฏิบัติงาน และลดการแพร่กระจายโรคไปยังเพื่อนร่วมงาน สวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่ให้บริการ จัดให้มีจุดล้างมือพร้อมสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ในบริเวณที่มีการทำกิจกรรมอย่างทั่วถึงด้วย นอกจากนี้ ยังส่งเสริมประชาชนออกกำลังกายด้วยการขับเคลื่อนผ่านแพลตฟอร์ม “ก้าวท้าใจ” ซึ่งกำลังดำเนินการซีซัน 3 อยู่ในขณะนี้” นายแพทย์สราวุฒิ กล่าว
รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวในตอนท้ายว่า สำหรับบริเวณพื้นที่ทางเดินออกกำลังกาย พื้นถนน ประตู สวน เก้าอี้ ม้านั่ง จุดให้บริการน้ำดื่ม ก๊อกน้ำดื่ม อุปกรณ์และอื่น ๆ ที่มีการใช้ร่วมกันภายในสวนสาธารณะเป็นประจำทุกวัน ก่อนและหลังเปิดสวนสาธารณะ เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานต้องทำความสะอาดด้วยน้ำยาทำความสะอาดวันละ 2 ครั้ง โดยเฉพาะบริเวณที่เป็นจุดสัมผัสหรือที่ใช้ร่วมกัน เช่น ห้องส้วม ให้หมั่นทำความสะอาดอย่างน้อยทุก 2 ชั่วโมง และให้จัดเก้าอี้นั่งในบริเวณสวนสาธารณะให้มีระยะห่างกัน 1-2 เมตร จัดให้มีถังขยะสภาพดีที่มีฝาปิด สำหรับทิ้งขยะและให้รวบรวมขยะออกจากสวนสาธารณะทุกวันเพื่อนำไปกำจัดอย่างถูกต้องต่อไป

Related posts