“บักม่วงบ่ายโบก” เมนูอาหารอีสานสุดฮิต 1 ปีมีเพียง 1 ครั้งเท่านั้น ทำง่ายได้ประโยชน์ในราคาไม่แพง ใครๆก็ทานได้

“บักม่วงบ่ายโบก” เมนูอาหารอีสานสุดฮิต 1 ปีมีเพียง 1 ครั้งเท่านั้น ทำง่ายได้ประโยชน์ในราคาไม่แพง ใครๆก็ทานได้

เมื่อเวลา 12.30 น.วันที่ 25 พ.ค.2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ สำนักชลประทานที่ 6 จ.ขอนแก่น ได้ขอความร่วมมือให้ข้าราชการ พนักงานและเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายปฎิบัติหน้าที่อยู่บ้าน ตามมาตรการหยุดเชื้อเพื่อชาติ Work From Home สัดส่วนร้อยละ 95 ของการปฎิบัติงานในแต่ละวัน ทำให้ทุกฝ่ายที่ปฎิบัติหน้าที่มีข้าราชการ พนักงานและเจ้าหน้าที่มาปฎิบัติงานเพียงร้อยละ 5 เท่านั้น ซึ่งสำนักชลประทานที่ 6 ยังคงมีคำสั่งขอความร่วมมือให้พนักงานทุกคนที่มาปฎิบัติงานนั้นลดการเดินทางออกไปข้างนอก โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางวัน โดยให้ทุกคนนำอาหารมารับประทานที่ทำงาน และงดการสั่งซื้อผ่านระบบเดลิเวอรี่เพื่อความปลอดภัย ทำให้ผู้ปฎิบัติงานทุกคนต่างห่อข้าวมาจากบ้านคนละเล็กละน้อยเพื่อมารับประทานอาหารร่วมกันแบบเว้นระยะห่าง หรือการรับประทานอาหารที่แผนกของตนเองตามาตรฐานความปลอดภัยด้านสาธารณสุขอย่างเข้มงวด

แต่ที่น่าสนใจอย่างมากคือการรับประทานอาหารที่สำนักชลประทานที่ 6 ขอนแก่น นั้นมีเมนูอาหารอีสานชื่อดัง ที่จัดเป็นเมนูประจำถิ่น 1 ปีมีเพียง 1 ครั้งเท่านั้น ที่เจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติงานต่างนำมาจากบ้านและมาทำรับประทานร่วมกัน คือมะม่วงบ่ายโบก เมนูอาหารอีสานพื้นบ้านขนานแท้ที่จัดอยู่ในเมนูของหวานที่เป็นที่ชื่นชอบของคนอีสานอย่างมากชนิดที่ว่ามีเท่าไหร่ก็พากันรับประทานจนหมดเลยทีเดียว

 น.ส.ยุวดี สิงห์เมืองพล หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์สำนักชลประทานที่ 6 ขอนแก่น กล่าวว่า มะม่วงบ่ายโบก เป็นเมนูอาหารอีสานที่สืบทอดกันมาแต่โบราณคนอีสานแท้ๆจะรู้ว่าเป็นเมนูประจำถื่นที่ 1 ปี สามารถที่จะรับประทานได้เพียง 1 ครั้งเท่านั้น เนื่องจากวัตถุดิบที่สำคัญคือมะม่วงน้อย หรือบางพื้นที่เรียกว่ามะม่วง อส. (อ่านว่า มะม่วง ออ-สอ) บางพื้นที่เรียกว่ามะม่วงกะล่อน โดยมะม่วงชนิดนี้เป็นมะม่วงที่ปลูกอยู่ตามท้องไร่ท้องนา หรือตามบ้านเรือนในย่านชานเมือง เนื่องจากไม่ใช่มะม่วงเศรษฐกิจจึงไม่นิยมปลูกกันเพื่อการค้า ดังนั้นจึงเป้นมะม่วงที่หายากและราคาจำหน่ายไม่แพง บางตลาดมีนำมาจำหน่าย กก.ละ 20 บาทหรือบางที่ก็จำหน่ายแบบลดแลกแจกแถม และมะม่วงชนิดนี้เหมาะอย่างมากที่จะนำมาทำเมนูมะม่วงบ่ายโบก เมนูของหวานของคนอีสานที่ต้องเสริฟเป็นของหวานในระยะนี้

“ มะม่วงน้อย ที่เป็นวัตถุดิบสำคัญของเมนูมะม่วงบ่ายโบก จะออกผลผลิตในช่วงเดือน เม.ย.- พ.ค.ของทุกปี ถ้าผลดิบจะเปรี้ยวมากไม่นิยมนำมารับประทาน คนอีสานจึงรอให้สุกและนำมาทำเป็นเมนูบ่ายโบก โดยเมนูมะม่วงบ่ายโบกนั้น เคล็ดลับคือต้องใช้ผลสุกที่ร่วมตกลงมาจากต้นเท่านั้น ไม่ควรนำผลดิบมาบ่มเพื่อทำให้สุก ขณะที่วิธีทำก็ทำไม่ยาก เพียงแค่นำผลสุกมาล้างทำความสะอาด จากนั้นใช้มีดตัดเอาเฉพาะช่วงขั้วออก โดยก่อนที่จะตัดนั้นควรคลึงมะม่วงให้นิ่มเพื่อที่จะง่ายต่อการเอาเมล็ดออก และเมื่อตัดขั้วออกแล้วในขนาดความกว้างที่พอเหมาะใช้มือบีบเอาเมล็ดออกและพักใส่จานไว้ จากนั้นนำข้าวเหนียวหุงสุกร้อนๆ ขนาดพอดีคำ ใส่เข้าไปในโบก หรือในผลมะม่วงที่เอาเมล็ดออกมา ซึ่งทางที่ดีให้ใส่ข้าวเหนียวไม่ให้ให้ล้นออกมาจากโบก หรือลูกมะม่วง จากนั้นก็พากันบ่าย หรือคลุกเคล้าให้เข้ากันด้วยการเหนี่ยง หรือ การใช้มือบีบขยำด้านนอกเพื่อให้ข้าวเหนียวที่เราบ่ายลงไปในโบกนั้นได้คลุกเคล้ากันอย่างทั่วถึง ซึ่งเมื่อดูแลว่าข้าวเหนียวที่อยู่ในโบกมีสีเหลืองจนทั่วก็นำมาจัดใส่ทานพร้อมเสริฟเป็นเมนูของหวานได้ทันที”

น.ส.ยุวดี กล่าวต่ออีกว่า วิธีการรับประทานมะม่วงบ่ายโบกนั้น คือการใช้มือดันก้นมะม่วงให้ข้าวเหนียวที่เราบ่ายในโบกไว้นั้นค่อยๆขยับขึ้นมาจากผลมะม่วงโดยสามารถกัดกินได้แบบพอดีคำ ซึ่งรสชาติก็จะลงตัวในส่วนผสมของข้าวเหนียวกับมะม่วงที่จะหอม หวาน เปรี้ยว มัน ได้รสชาติแบบเมนูอีสานพื้นบ้านขนานแม้ และที่สำคัญในการรับประทานให้อร่อยคือการดันและดูดมะม่วงบ่ายโบกให้หมดไม่ให้เหลือตามแบบฉบับวิถีอีสานพื้นบ้านที่ทุกคนต่างรอคอยเมนูประจำถิ่นที่ 1 ปีมีเพียง 1 ครั้งเท่านั้น และที่สำคัญมะม่วงที่ใช้ทำเมนูนี้นั้นจะต้องเป็นมะม่วงน้อย ไม่ใช่มะม่วงป่า เพราะมะม่วงป่ายางจะเยอะจะกัดปาก และหากนำกลุ่มมะม่วงแก้ว หรือมะม่วงน้ำดอกไม้ หรือมะม่วงเขียวเสวยมาทำก็จะทำได้ เพราะเมนูมะม่วงบ่ายโบก นั้นจะต้องใช้มะม่วงน้อย หรือ มะม่วง อส. จึงจะอร่อยได้รสชาติและคงไว้ซึ่งอรรถรสความแซบแบบอีสานพื้นบ้านขนานแท้ และหากหมดช่วงฤดูมะม่วงแล้ว ก็จะเข้าสู่เมนู บ่ายโบกมะตูมและบ่ายโบกมะขาม ซึ่งคนสูงอายุชอบรับประทานอย่างมากเพราะถือเป็นเมนูที่ให้คุณค่าทางอาหาร และเมนูรักษ์สุขภาพของคนอีสานพื้นบ้านอย่างแท้จริง

Related posts