ไอเดียเก๋ไก๋ ได้ใจคนซื้อ พ่อค้าทุเรียนเมืองนนท์ เขียนป้าย ทุเรียนหมอนทอง เป็นทุเรียนหมอยทอง เลย ขายดิบขายดีกว่าเดิม

ไอเดียเก๋ไก๋ ได้ใจคนซื้อ พ่อค้าทุเรียนเมืองนนท์ เขียนป้าย ทุเรียนหมอนทอง เป็นทุเรียนหมอยทอง เลย ขายดิบขายดีกว่าเดิม

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 23 พ.ค.64 ผู้สื่อข่าวลงพิ้นที่ตรวจสอบริมถนนประชาราฎร์ ฝั่งขาเข้ามุ่งหน้าท่าน้ำนนทบุรี ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี หลังนักชิมทุเรียนพูดกันปากต่อปากว่า มีพ่อค้าเปิดร้านขายทุเรียน โดยเขียนป้ายติดหน้าร้านว่า ” ทุเรียน เกรด AAA … หมอยทองประกันคุณภาพ ทำให้ผู้คนที่ขับรถไปมาต่างพากันขบขัน สนใจไม่วายต้องอ่านแล้วอ่านอีก เพราะคิดว่าพ่อค้ารายนี้คงเขียนผิด หรือสะกดผิด หรือตั้งใจให้ผิด เพื่อเรียกลูกค้าให้มาช่วยซื้อทุเรียน ซึ่งถือเป็นไอเดียเก๋ไก๋ได้ใจลูกค้าไม่เบา
ผู้สื่อข่าวจึงได้พูดคุยสอบถามเรื่องราวจากเจ้าของร้านคือนายฤทธิรงค์ หรือโด่ง มีสี อายุ 41 ปี เจ้าของร้านถึงชื่อที่เห็นบนป้ายว่า “หมอยทอง”มีที่มาอย่างไร โดยนายโด่งเล่าให้ฟังว่าตอนที่กำลังเขียนป้ายนั้นได้มีการนั่งคุยกันอยู่หลายคน ก็มีคุยกันเรื่องลามกบ้าง จนตนเองเขียนผิดจากคำว่าหมอนทองเป็น “หมอยทอง” ตอนแรกก็จะลบออกแต่ก็ลบไม่ได้ จะเปลี่ยนแผ่นป้ายใหม่ก็ไม่มีแผ่นป้ายแล้ว จึงได้เอาตามที่เขียนผิด หลังนำแผ่นป้ายไปตั้งก็มีลูกค้าเข้ามาสอบถามเป็นจำนวนมาก ทำให้ขายทุเรียนได้มากขึ้นกว่าเดิมหลายร้อยโล ปกติวันธรรมดาขายได้วันละประมาณ กว่า 300 กิโลกรัม ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์ จะขายได้วันละกว่า 600 กิโลกรัม จึงตัดสินใจใช้แผ่นป้ายนี้เป็นจุดขายมาตั้งแต่เมื่อปีที่แล้ว ลูกค้าที่ผ่านมาทางนี้จะแวะมาซื้อ รวมทั้งลูกค้ารายใหม่ด้วย ตนก็รู้สึกแปลกใจมากหรือถเป็นเพราะโชคชะตาของเราที่ดลบันดาลให้เขียนผิดวันนั้น
นายโด่ง พ่อค้าไอเดียเก๋ เล่าต่อว่า ตนนั้นเป็นชาว อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ เป็นพ่อค้าขายเสื้อผ้า ขายสารพัดอย่างที่เป็นเงินเนื่องจากไม่ชอบเป็นลูกน้องใคร ก่อนที่จะมาขายทุเรียนได้นำสับปะรดภูแล มาขายแต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ หลังจากนั้นก็เริ่มนำทุเรียนจากอุตรดิตถ์ มาขายโดยจอดรถเปิดท้ายขายริมถนนประชาราษฎร์ตรงที่ขึ้นป้าย ขายมาได้หลายปีแล้ว จึงได้มาเช่าหน้าร้านขายทุเรียนประจำเลยลูกค้าส่วนใหญ่จะเชื่อมั่นในคุณภาพทุเรียน ซึ่งเราการันตีว่าถ้าซื้อจากร้านเรา “ไม่กรอบ ไม่มัน ให้มาฟันเจ้าของร้านได้”
มีลูกค้าเข้ามาบางคนอ่านและยิ้ม คุยกันทำให้ไม่เครียดและได้ยินเสียงหัวเราะตนจึงไม่เปลี่ยนป้าย ซึ่งตนขายอยู่ตรงนี้ประจำเป็นเวลา 6-7 ปีแล้ว อยากฝากถึงลูกค้าที่เข้ามาซื้ออย่าสนใจราคาให้ดูที่เนื้อทุเรียน “ถ้าถูกไม่มีดี ถ้าดีไม่มีถูก”
ซึ่งความที่ตนเป็นคนตลกขบขัน พูดจาเป็นกันเองกับลูกค้า เลยทำให้มีขาประจำและขาจรมาอุดหนุนในแต่ละวัน ทำให้ขายดิบขายดี นายโด่งกล่าว
ภาพ-ข่าว กำพลศิลป์วงษ์เดือน
ผู้สื่อข่าวนนทบุรี

Related posts