ตำรวจปากน้ำโชว์รวบแก๊งงัดตู้เซฟบริษัทดังที่จกทรัพย์สินไปกว่า 10 ล้านบาท

ตำรวจปากน้ำโชว์รวบแก๊งงัดตู้เซฟบริษัทดังที่จกทรัพย์สินไปกว่า 10 ล้านบาท


**** วันที่ 7 เมษายน 2564 เวลา 13.00 น พล.ต.ต.ชุมพล พุ่มพวง ผบก ภจว สมุทรปราการ พ.ต.อ.วิชิต บุญชินวุฒิกุล รอง ผบก ภจว สมุทรปราการ พ.ต.อ.เติมรัศมิ์ จินดาวัฒน์ ผกก สภ เมืองสมุทรปราการ แถลงการณ์จับกุมแก๊งคนร้ายบุกงัดตู้เซฟ บริษัท คลาสสิค โปรดักส์ (ประเทศไทย) จำกัด เลขที่ 234,333 หมู่ที่ 4 ถนนพุทธรักษา ตำบลท้ายบ้านใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ กวาดเงินสดและเครื่องประดับ รวมมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท โดยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่ติดตามคนร้าย ใช้เวลาเพียง 2 วัน ก็สามารถจับกุมคนร้ายได้ยกแก๊ง และ สามารถยึดเงินและเครื่องประดับมาได้บ้างส่วน
**** โดยเมื่อวันที่ 6 เมษายน 2564 เวลา 08.14 น ฝ่ายสืบสวน สภ เมืองสมุทรปราการ ได้รับแจ้งเหตุลักทรัพย์ภายใน บริษัท คลาสสิค โปรดักส์ ( ประเทศไทย ) จำกัด โดยคนร้ายได้งัดตู้เซฟได้ทรัพย์สินไปหลายรายการ จึงเดินทางไปตรวจสอบพบว่าห้องทำงานของผู้บริหารบริษัท มีร่องรอยการรื้อค้นทรัพย์สินและมีตู้เซฟ ที่เก็บเงินและเอกสารสำคัญถูกงัดแงะได้รับความเสียหาย ซึ่งผู้เสียหายตรวจสอบพบว่ามีทรัพย์สินเงินสด ไข่มุก ทองรูปพรรณ และนาฬิกาข้อมือ หายไป รวมมูลค่าทรัพย์สิน ประมาณ 9 ล้านกว่าบาท จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพบริเวณด้านหน้าบริษัทที่เกิดเหตุพบว่า เวลาประมาณ 23.59 น ของวันที่ 5 เมษายน 2564 มีชายต้องสงสัยจำนวน 2 คน เดินวนเวียนอยู่หน้าบริษัทที่เกิดเหตุ โดยมีบุคคลอีก 1 คน ขับรถต้องสงสัยซึ่งเป็นรถโดยสารสองแถว 1 คัน ขับชะลออยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ จากนั้นเวลาประมาณ 01.55 น.พบรถคันดังกล่าวได้ขับออกไปตาม ถนนพุทธรักษา และออกไปถนนสุขุมวิท มุ่งหน้าแยกการไฟฟ้า และพบว่ามีบุคคลโดยสารรถไปด้วย จำนวน 2 คน จากการตรวจสอบรถสองแถวดังกล่าว พบว่าบริเวณกระจกมีข้อความ สำโรง พระประแดง ติดอยู่ ซึ่งไม่ใช่รถที่จะวิ่งเส้นทางถนนพุทธรักษา จึงรวบรวมตำหนิรูปพรรณของรถคันดังกล่าว แล้วเดินทางไปตรวจสอบยังจุดที่รถโดยสารสาย สำโรง พระประแดง ซึ่งจอดอยู่ ได้พบรถสองแถวที่มีตำหนิรูปพรรณตรงกับรถที่ปรากฏในกล้องวงจรปิด จึงได้เข้าตรวจสอบรถคันดังกล่าวพบนายสำรวย หรือน้อย ภักดี อยู่ที่รถและแสดงตัวเป็นผู้ขับขี่ ชุดจับกุมจึงใช้ไหวพริบปฏิภาณพูดคุยสอบถาม กระทั่งนายสำรวย ยอมรับว่าตนได้รับการชักชวนจาก นายโบ้ และนายรั่วหรือหลอด ให้ขับรถพาไปก่อเหตุลักทรัพย์บริเวณบริษัทดังกล่าว ซึ่งหลังจากก่อเหตุ นายสำรวย ได้รับค่าจ้างเป็นเงินสด 25,000 บาท หลังจากได้รับค่าจ้างแล้วได้จอดส่ง นายโบ้ และ นายรั่วหรือหลอด ลงรถบริเวณใกล้โรงเรียนนายเรือ ต่อมาจากการสืบสวน ทราบว่า นายโบ้ มีชื่อจริงคือ นายสินณพัฒน์ สุวรรณรัตน์ อายุ 54 ปี และ นายรั่วหรือหลอด มีชื่อจริงคือ นายทวีศักดิ์ สุขประเสริฐ อายุ 48 ปี จึงจัดกำลังสืบสวนติดตามบุคคลทั้งสองกระทั่งเวลาประมาณ 19.30 น. ของวันที่ 6 เมษายน 2564 สามารถติดตามควบคุมตัวผู้ร่วม ก่อเหตุได้ทั้งสามคน พร้อมตรวจยึดทรัพย์สินคืนผู้เสียหายได้บางส่วน และขยายผลจับกุมนายไพโรจน์ สุขประเสริฐ พร้อมของกลางเงินสด ทองรูปพรรณ และนาฬิกาข้อมือ โดยแจ้งข้อกล่าวหา ร่วมกันลักทรัพย์ฯ หรือรับของโจร นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 คน พร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ เมืองสมุทรปราการ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
**** พล.ต.ต.ชุมพล พุ่มพวง ผบก ภจว สมุทรปราการ กล่าวว่า โดยในคดีนี้คนร้ายทำกันเป็นขบวนการ โดยพบว่ามีผู้ต้องหาจำนวน 4 คน ซึ่งแบ่งหน้าที่กันทำ ตั้งแต่การดูต้นทาง หารถ โดยผู้ต้องหามีความรู้ในการงัดตู้เซฟอยู่บ้าง โดยที่ผู้ต้องหาทั้งหมดได้รู้จักกันภายในเรือนจำ หลังจากออกมาจึงชักชวนกันมาก่อเหตุดังกล่าว โดยได้ทรัพย์สินไปมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท โดยทรัพย์สินดังกล่าวคนร้ายได้นำมาแบ่งกัน บ้างคนก็โอนไปให้ญาติพีน้องที่ต่างจังหวัด โดยเจ้าหน้าที่กำลังติดตามทรัพย์สินทั้งหมดอยู่เพื่อนำมาคืนผู้เสียหายไห้ได้ โดยจากการสืบสวนนี้เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมดได้ภายในเวลา 2 วัน โดยครั้งนี้ถ้าคนร้ายกลุ่มนี้สามารถรอดไปได้ ในช่วงเทศกาลที่มีวันหยุดยาว ที่พีน้องประชาชนที่ไม่อยู่บ้านจะเป็นอันตรายมาก และขอฝากเตือนพีน้องประชาชนช่วงเทศกาลสงกราต์ที่จะมาถึงนี้ บ้างท่านได้เดินทางไปต่างจังหวัด ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีโครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจ โดยแจ้งได้ทุกสถานนีตำรวจในท้องที่ของท่าน และ แอฟฟิเคชั่นของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมดูแลทรัพย์สินของท่านให้ปลอดภัย เพื่อให้พีน้องประชาชนเดินทางไปเที่ยวในช่วงเทศกาลอย่างมีความสุข

*** ภาพ – ข่าว ก๊วก สมุทรปราการ 0876122558 ***

Related posts