บึงกาฬ อบต.ศรีชมภูและถ้ำเจริญนำนักปั่น 370 คนปั่นเพื่อสุขภาพสมทบทุนผู้สูงอายุ

เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 19 ก.ย.ที่โรงเรียนศรีชมภูวิทยา ต.ศรีชมภู อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ นายพงษ์พัฑฒ์ สินราย นายอำเภอโซ่พิสัย ได้ส่งสัญญาณปล่อยแถวนักกีฬาปั่นจักรยาน จำนวน 370 คน ที่มาร่วมปั่นตามโครงการปั่นเพื่อสุขภาพและลดภาวะโลกร้อนของตำบลศรีชมภู ประจำปี 2565 ระยะทาง 57 กิโลเมตร ตามคำกล่าวที่ว่า “ปั่นปันบุญ ปั่นมาเบิ่งศรีชมภู Unseen Srichompoo “ โดยมี นายกทรงกช ทองคำ นายก อบต.นายถาวร พินะสา รองปลัด อบต.รรก.ปลัดฯ คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลศรีชมภู และนายภิรมย์ ป้องขวาพล นายก อบต.ถ้ำเจริญ สจ.อาทิตย์ ตีระสี นายสัญญา พรมสูตร กำนัน ต.ศรีชมภู นายสำรวย หัตถมาศ กำนัน ต.ถ้ำเจริญ นายวิรัตน์ สุขสบาย ประธานชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพตำบลศรีชมภู และนาย ชวนะ ทวีอุทิศ ผอ.ร.ร.โซ่พิทยาคม พิธีกรพิเศษ ให้การต้อนรับและร่วมงานในครั้งนี้

นายพงษ์พัฑฒ์ นอภ.กล่าวว่า สำหรับนโยบายในการดำเนินงานในครั้งนี้ ก็เนื่องจากใน ต.ศรีชมภู มีผู้สูงอายุจำนวนมาก คณะผู้บริหาร อบต.ศรีชมภู ร่วมกับกำนันผู้ใหญ่บ้าน ชมรมปั่นจักรยานในในจังหวัดบึงกาฬ ได้ช่วยกันระดมทุนเพื่อช่วยเหลือผู้สูงอายุ ส่วนหนึ่งได้รณรงค์ให้พี่น้องได้ออกกำลังกาย เป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตทำให้ร่างกายมีสุขภาพแข็งแรง เป็นการส่งเสริมจิตใจมีความรักสมัครสมานสามัคคีเป็นหมู่คณะ “เพราะกีฬาสร้างคน คนสร้างชาติ เพิ่มโอกาสในการรวมกลุ่มในลักษณะเครือข่ายหรือชุมชน โดยทุกภาคส่วนต้องร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมสร้าง” เป็นสำคัญ

ทางด้านนายกทรงกช ทองคำ นายก อบต.กล่าวว่าได้เชิญชมรมปั่นจักรยานทั้งในจังหวัดบึงกาฬ และต่างจังหวัด เช่น อุดรธานี สกลนคร เป้าหมายต้องการอยากให้พี่น้องชาวตำบลศรีชมภูได้ออกกำลังกาย และทีมนักปั่นได้ทราบแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมะและธรรมชาติ เช่น วัดป่าดานวิเวก ของท่านหลวงปู่ทุย วัดถ้ำจันทน์และวัดถ้ำศรีชมภู ให้สมาชิกชมรมนักปั่นได้มากราบไหว้และกระจายข่าวให้ผู้คนได้รับทราบ

นายวิรัตน์ สุขสบาย ประธานชมรมฯ กล่าวว่า วัตถุประสงค์หลักคือปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เพื่อให้นักปั่นได้รับทราบว่า ต.ศรีชมภู มีแหล่งท่องเที่ยวที่ใดบ้าง นอกจากนี้ก็เป็นการส่งเสริมให้ประชาชนได้ออกกำลังกายอีกด้วย โดยมีนักปั่นจากทั้งบึงกาฬ อุดรธานี และสกลนคร กว่า 370 ลำ ส่วนเงินที่ได้จากการจัดงานครั้งนี้ หลังหักค่าใช้จ่ายแล้วจะนำไปสมทบกองทุนผู้สูงอายุและค่าใช้จ่ายของโรงเรียนผู้สูงอายุรวมทั้งค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลผู้สูงอายุ ตามที่ท่านหลวงปู่ทุยท่านได้เคยมอบเงินให้ปีละ 100,000 บาทเข้าในกองทุนผู้สูงอายุ เราก็หาเงินนำไปสมทบกองทุนนี้ด้วย นอกจากนี้ยังชาวต่างชาติที่มาเป็นเขยในจังหวัดบึงกาฬ ร่วมปั่นจักรยานในครั้งนี้ด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในการปั่นจักรยาน ปั่นปันบุญ ปั่นมาเบิ่งศรีชมภู ในครั้งนี้มีผู้สูงอายุร่วมปั่นด้วย คือนางหนูกร สนิทชน อายุ 70 ปี ชาว ต.บ้านจันทร์ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี และชายสูงอายุ 82 ปีก็มาร่วมปั่นด้วย

Related posts