ชัยวัฒน์ เปิดใจ เรื่องนี้เป็นการต้านตนไม่ให้กลับเข้ารับราชการหากกลับได้คนชั่วเดือดร้อน

จากกรณีอัยการสูงสุดมีคำสั่งฟ้อง นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ในคดีการหายตัวของนายบิลลี่ หรือพอละจี รักจงเจริญ

ล่าสุด 15 ส.ค.65  นายชัยวัฒน์ เปิดเผยว่า ตนยังไม่เห็นคำสั่งดังกล่าวทราบจากสื่อ   โดยส่วนตัวแล้วไม่หนักใจ มาถึงขั้นนี้แล้วก็เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม    ตนก็พูดได้ระดับหนึ่งทำไมต้องมีไทม์ไลน์ออกมาในจังหวะเดียวกันเรื่องนี้    โดยเฉพาะที่ศาลปกครองเพชรบุรี  มีคำสั่งทุเลาให้กลับเข้ารับราชการมันชัดเจนอยู่แล้ว    เหตุการณ์แต่ละเรื่องที่ออกมามันสอดคล้องกับเวลา   มีการคัดค้านดักหน้าดักหลัง   ฉะนั้นการที่จะไม่ให้ตนออกไปต่อสู้กลับไปรับราชการได้   มันมีกลุ่มคนอยู่   สิ่งที่ผมปกป้องมันเป็นทรัพย์สินของประเทศชาติ   วันนี้อยากให้มองสองมุม  มุมหนึ่งเข้ากระบวน การต่อสู้ที่เขาอ้างว่าไปเผาบ้านคออี้กับพวกทั้งหก  วันนี้ชัดไหมว่าบ้านทั้งหกไม่มีตัวตนด้วยซ้ำ   ศาลเริ่มเมตตาทุเลาคำสั่งให้ผมกลับเข้ารับราชการ

ส่วนที่ศาลทุเลาก็คือในส่วนหนึ่งของหลักฐานที่นำมาอาจจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย   แล้วก็เรื่องยากเกินกว่าเยียวยา  การกลับไปรับราชการก็ไม่ทำให้ราชการและประโยชน์สาธารณะเสียหาย   เรากลับไปทำประโยชน์ให้กับสาธารณะเสียด้วยซ้ำ   เรื่องนี้ตนสู้ในกระบวนการยุติธรรม  ของคดีบิลลี่นี่มันจะได้จบเรื่องของงานประจำปีเสียที   ถึงปีก็บิลลี่หาย  อย่างโน้นอย่างนี้  จะมาดราม่ากันในสื่อบ้างในที่ต่างๆบ้าง   วันนี้ถ้าเข้ากระบวนการยุติธรรม  ผมเชื่อในกระบวนการยุติธรรม   เคารพทั้ง3ศาล  ขบวนการมันชัดเจนอยู่แล้ว  รู้แม้กระทั่งว่าใครอยู่เบื้องหลังด้วยซ้ำ  ใครเดินเกม  ใครเดินหมากอย่างไร ใครรับลูกอย่างไร  ตนรู้หมดทุกอย่าง  กระทั่งหน่วยงานของรัฐก็เกี่ยวข้อง    ตนอาจจะตรงไปตรงมาเกินไป  แต่ตนไม่เคยยอมใคร   แต่ละคดีเป็นคดีใหญ่ๆทั้งนั้น   บางทีมันไปกระทบ ใคร  เรื่องที่เราคุยกันอยู่นี่เป็นเรื่องของคดีค้ามนุษย์     คือเอาคนจากฝั่งอื่นไม่ใช่คนไทยมาสวมบัตร   เรื่องนี้มันมีคนใน กับคน องค์กรหนึ่งเกี่ยวพันเยอะ    ถ้าตนเอาได้มันก็ตายทั้งหมด   เรื่องหลักๆคือขบวนการค้ามนุษย์  มาฆ่าช้างผม  ยิงช้างเอางา มาบุกรุกป่าเพื่อปลูกยาเสพติด

ตนมีหน้าที่ปกป้อง   ต่อจากนั้นมามันก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับคนในราชการ คดีอื่นๆที่ผมไปทำ เกี่ยวข้องกับคดีใหญ่ๆทั้งสิ้น  ตนไม่มีปัญหาต่อกระบวนการยุติธรรมสืบกันไป   ตนมีโอกาสสู้3ศาล   ตนก็จะสู้เชื่อว่าหลักฐานที่มี กับหลักฐานที่เขาสร้างขึ้นมา  ตนสู้ได้อยู่แล้ว.

ทำไมจึงกลายเป็นเรื่องเอกสารหลุด ตนว่างานนี้มันเป็นเจตนา เอาเอกสารมาเปิด  มาเล่นในช่วงไทม์ไลน์อย่างนี้ ในช่วงที่ว่าศาลทุเลาให้ตนกลับรับราชการ   คือถ้าตนกลับไปทำงาน  พวกเขาเดือดร้อนแล้วกัน   เพราะฉะนั้นมันมีทั้งคราบของชุดข้าราชการ ทั้งคราบของชุดองค์กรภายนอก ถ้าทำรวมหัวกันได้ขนาดนี้  ตนก็ต้องสู้จนถึงที่สุด  คงไม่ได้หลุดคงเอาออกมาแฉเต็มที่    เพื่อต้องการที่จะเผยแพร่ออกไปทำลายชื่อเสียงตนมากกว่า

Related posts