ศรัณย์วุฒิ หน.พรรคเพื่อชาติ ชู “นโยบายน้ำแห่งชาติ เกษตรร่ำรวย สอนมวยตู่ นำพลังแสงอาทิตย์ แก้จนช่วยเกษตรกร”

วันที่ 28 มิถุนายน 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ ส.ส.อุตรดิตถ์ เขต 2  เป็นประธานกดปุ่มเปิดสวิทช์ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ระบบน้ำประปาบาดาล โครงการเพิ่มประสิทธิภาพแหล่งน้ำเพื่อเพิ่มและลดต้นทุนภาคการเกษตรให้กับเกษตรกร ที่ชาวบ้านเรียกว่า “น้ำแก้จน พลังงานจากฟ้า พลังงานสะอาดจากธรรมชาติ”  ในพื้นที่ตำบลคอรุมและตำบลพญาแมน อำเภอพิชัย ด้วยระบบสูบน้ำจากบ่อน้ำบาดาลที่มีความลึกประมาณ 80-85 เมตร มีปริมาณน้ำไม่น้อยกว่า 10-15 ลูกบาศก์เมตร ด้วยระบบโซลาเซล(พลังงานแสงอาทิตย์) ขนาด 300-400 วัตต์ รวมจำนวนทั้งสิ้น 62 บ่อ วัตถุประสงค์ของโครงการดังกล่าว เพื่อพัฒนาระบบดครงสร้างพื้นฐานและยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับประชาชน สร้างงาน สร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรมากยิ่งขึ้น เพื่อเป็นการเพิ่มสินค้าเกษตร นำสินค้าเกษตรไปหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจพอเพียงในอนาคต เพื่อลดต้นทุนทางการเกษตรโดยที่ไม่ต้องใช้น้ำมัน

โดยมี น.ส.รสรินทร์ ศรัณย์เกตุ กรรมการบริหารพรรคเพื่อชาติพร้อมคณะลงพื้นที่ร่วมกับนายผจญ พูลด้วง นายก อบต.คอรุม นายธนกร ด้วงภู่ทิม นายก อบต.พญาแมน เจ้าหน้าที่อบต.ส่วนที่เกี่ยวข้อง และเกษตรกรชาวสวน ชาวไร่และชาวนา ทั้ง 2 ตำบล สร้างความดีใจให้กับเกษตรกรในพื้นที่เป็นอย่างมาก ที่นายศรัณย์วุฒิ  ศรัณย์เกตุ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ ในฐานะ สส.อุตรดิตถ์มีความเป็นห่วงเป็นใยและร่วมผลักดันโครงการดังกล่าวมาช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำเพื่อการเกษตร ให้กับชาวนา ชาวสวน ชาวไร่ในพื้นที่ดังกล่าว เป็นการลดต้นทุนในยุคที่น้ำมันเชื้อเพลิงที่มีราคาแพงสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงปัญหาราคาปุ๋ยและค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น เป็นภาระที่เกษตรกรต้องแบกรับอยู่ในขณะนี้ พร้อมนำโมเดลพื้นที่ดังกล่าวขยายไปทั่วประเทศ เพื่อให้การช่วยเหลือเกษตรกร

นายศรัณย์วุฒิ กล่าวว่า โครงการเพิ่มประสิทธิภาพแหล่งน้ำและลดต้นทุนภาคการเกษตร ด้วยการเจาะบ่อบาดาลเพื่อการเกษตร พร้อมระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ เป็นส่วนหนึ่งของ นโยบาย “เกษตรร่ำรวย” ไม่ว่าตนจะนักการเมืองอยู่พรรคใด ตนจะส่งเสริม สนับสนุน ภาคการเกษตร ทำนาต้อง เป็นชาวนาร่ำรวย ทำสวนชาวสวนต้องร่ำรวยเลี้ยงสัตว์ต้องเป็นปศุสัตว์ร่ำรวย ใครเลี้ยงปลาก็เรียกว่า ประมงร่ำรวย ซึ่งตนจะต่อสู้ให้กับคนไทยทั้งแผ่นดิน ทั้งนี้ต้องเริ่มจาก “น้ำแก้จน” หรือ เรียกว่า น้ำฟื้นชีวิต ฟื้นเศรษฐกิจ ฟื้นโอกาส ให้กับคนไทยทั้งแผ่นดิน

จากสถานการณ์ภัยแล้งซ้ำซากที่เกิดขึ้ทุกปี การเกษตรขาดน้ำไม่ได้เลย แม้จะขยันขนาดไหน ก็ไม่มีโอกาส ยังคงต่อสู้กับความยากจน น้ำมันเชื้อเพลิง ไฟฟ้า ปุ๋ยราคาแพง สวนทางกับราคาข้าว และพืชผลทางการเกษตรที่ตกต่ำ เมื่อผู้นำเสนอปัญหา จึงร่วมเวทีแก้ไข และผลักดันโครงการฯ ที่ได้ทั้งน้ำ และ ลดต้นทุนการผลิต จึงกลายเป็นที่มาของ “เกษตรกรมีน้ำทำนา พลังงานจากฟ้าจากเทวดา” ซึ่งบ่อบาดาลพลังงานแสงอาทิตย์  ตอบโจทย์การใช้ประโยชน์ภาคการเกษตร ให้ชาวนามีน้ำหล่อเลี้ยงต้นข้าวและพืชชนิดอื่นๆ ที่สำคัญยังลดต้นทุนค่าน้ำมันในการสูบน้ำและกระแสไฟฟ้าได้ คือ ดีกว่า ใช้เตาถ่านมหาเศรษฐี ซึ่งไม่ได้แก้ปัญหาให้กับประชาชน ประเทศไทยร้อยละ 80 ประกอบอาชีพเกษตรกรรม เกือบ 30 ล้านชีวิตที่อยู่ในครอบครัวของเกษตรกร ถ้าหากภาคการเกษตรยากจนประเทศชาติก็ต้องยากจน แต่ถ้าหากมีฐานะดีหลุดพ้นจากความยากจนได้เราก็จะเป็นประเทศที่ไม่ยากจนอีกต่อไปหรือมีก็จะน้อยที่สุด น้ำ คือ ความจำเป็นของภาคการเกษตร เมื่อมีน้ำเพียงพอ การเกษตรกรฟื้นตัว แก้ไขปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำได้

นายศรัณย์วุฒิ ยังกล่าวด้วยว่า “ถ้าหากได้เป็นนายกรัฐมนตรีจะทำให้ประเทศไทยชุ่มฉ่ำทั้งแผ่นดิน แต่ตอนนี้ ขอเถอะรัฐบาล และ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี คุณจะอยู่นานๆไม่เป็นไร แต่คุณต้องให้ความสำคัญประชาชน และเกษตรกร และเรื่องน้ำ ทั้งจากการใช้พลังงานจากฟ้าหรือเทวดา รวมไปถึงการขุดสระเก็บกักน้ำฝน ซึ่งจะแก้ไขได้ปัญหาทางเรื่องแล้งและน้ำท่วม แล้วประชาชนจะเลือกคุณ จนคุณไม่เบื่อ ศรัณย์วุฒิ ขอฝากไปถึงคุณประยุทธ์ จันทร์โอชา”

ด้าน นายสมมาตร เอี่ยมตอ เกษตรกรทำนาตำบลคอรุม กล่าวว่า ตำบลคอรุม และ ตำบลพญาแมน อ.พิชัย มีพื้นที่ทำนารวมกว่า 58,000 ไร่ เกษตรกร ยังคงประสบปัญหาน้ำไม่เพียงพอ ประกอบกับต้นทุนที่สูงขึ้น จึงรวมกลุ่มจัดทำโครงการฯ และผ่านไปยังนายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.ในพื้นที่ เพื่อช่วยผลักดัน ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  เจาะบ่อบาบาลขนาดกว้าง 6 นิ้ว ลึก 85 เมตร พร้อมระบบโซล่าเซลล์  โดยมี จนท.กองช่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สำรวจความเหมาะสม และเป็นที่ปรึกษา  2 ตำบล สามารถเจาะบ่อบาดาลตามโครงการได้ 62 บ่อ ซึ่งบ่อบาดาลพลังงานแสงอาทิตย์  ตอบโจทย์การใช้ประโยชน์ภาคการเกษตร ให้ชาวนามีน้ำหล่อเลี้ยงต้นข้าวและพืชชนิดอื่นๆ ที่สำคัญยังลดต้นทุนค่าน้ำมันในการสูบน้ำและกระแสไฟฟ้าได้ร้อยละ 40 เพิ่มรายได้ เฉลี่ยแล้วทำนาต้นทุนค่าน้ำมันเชื้อเพลิง และ ค่ากระแสไฟฟ้า ต่อครั้ง รวม 1000 บาท เมื่อหันมามาสูบน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์จากแผงโซล่าเซลล์ ประหยัดได้ 400 บาท และทำให้เกษตร กรมีน้ำเพียงพอต่อการทำนา แก้ไขปัญหาน้ำได้อีกทางหนึ่ง

Related posts