ศรชล.ชลบุรี ร่วมเจ้าท่าพัทยา ร่วมตรวจเรือโดนกันในทะเล อ่าวพัทยา

น.อ.ณัฐวุฒิ งามวงศ์วาน รอง ผอ.ศรชล.จว.ชลบุรี มอบหมายให้ น.ต.สถิตร์ ดีลี จนท.ยก.ขว.ศรชล.จว.ชบ. และ น.ต.วรกฤต ถาวรเลิศทวี จนท.ประสานงานความมั่นคง ศคท.จว.ชบ. ตรวจสอบกรณีเจ้าท่าพัทยา ได้รับแจ้งจากเจ้าของเรือ วินเฟรซ พาราเซล ซึ่งเป็นเรือลากร่ม/ตกหมึกว่า ถูกเรือ Le Thong Optimus Prime (เรือดูดทราย) สมอเกา และเกิดการกระแทกกับเรือวินเฟรซ พาราเซล ได้รับความเสียหาย และสังเกตการณ์ตามที่ได้รับแจ้งว่าเจ้าของเรือ Le Thong Optimus Prime ถูกบริษัท บ.ไชน่า หมิงหัว ส่งคนขึ้นมาเฝ้าเรือ ดังนี้

  1. กรณีเรือ วินเฟรซ พาราเซล (เรือลากร่ม/ตกหมึก) ถูกเรือ Le Thong Optimus Prime (เรือดูดทราย) สมอเกา และเกิดการกระแทกกับเรือวินเฟรซ พาราเซล ได้รับความเสียหายนั้น เจ้าท่าพัทยา ร่วมกับ จนท.ศรชล.จว.ชบ. ได้ไปร่วมกันตรวจสอบแล้ว ปรากฎผลการตรวจสอบ พบเรือวินเฟรซ พาราเซล มีรอยโดนชนบริเวณหัวเรือด้านซ้าย และพบรอยคราบสี ที่บริเวณท้ายเรือด้ายขวาของเรือ Le Thong Optimus Prime จริง

เจ้าท่าพัทยา ได้บันทึกภาพบริเวณที่เรือโดนกัน และทำการบันทึกปากคำลูกเรือทั้ง 2 ลำ แล้ว ปรากฏว่า เรือ Le Thong Optimus Prime ได้เกิดสมอเกา เมื่อวันที่ 21 มิ.ย.65 เวลา 00.30 น. – 01.00 น. จริง  เจ้าท่าพัทยา จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาผู้ดูแลเรือ Le Thong Optimus Prime จำนวน 3 คน ว่า 1.ไม่มีใบอนุญาตคนประจำเรือ (ตามมาตรา 285) 2. ไม่มีเอกสารประจำเรือ (ได้รับแจ้งว่าเอกสารอยู่กับเจ้าของเรือ เจ้าท่าพัทยา จึงให้นำมาแสดงที่ สนง.เจ้าท่าพัทยา ในวันรถ่งขึ้น 23 มิ.ย.65 และ 3.จอดเรือในเขตห้ามจอด โดยให้ไปจ่ายค่าปรับที่ สนง.เจ้าท่าสาขาพัทยา ใน 23 มิ.ย.65 พร้อมทั้งให้ เรือ Le Thong Optimus Prime ชดใช้ค่าเสียหายให้กับเรือ วินเฟรซ พาราเซล ต่อไป

และจากการตรวจสอบข้อมูล เรือ Le Thong Optimus Prime พบว่าเป็นเรือสัญชาติสิงคโปร์ เจ้าของเป็นชาวสิงคโปร์ เดินทางเข้ามาประเทศไทย เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา เพื่อมารับงานดูดทราย ขึ้นมาทำชายหาด บริเวณหาดจอมเทียน พัทยา โดย บริษัท ไชน่า หมิงหัว ซึ่งเป็น บริษัท ที่รับช่วงต่อจาก บริษัท อิตัลไทย เป็นผู้จ้าง (บริษัทอิตัลไทยเป็นคู่สัญญากับกรมเจ้าท่า)  ซึ่งบริษัท ไชน่า หมิงหัว ได้ออกเงินล่วงหน้าให้กับเจ้าของเรือ  Le Thong Optimus Prime เป็นจำนวนหลายสิบล้านบาท ต่อมาได้เกิดความขัดแย้งกันเรื่องหนี้สิน และเรื่องอยู่ระหว่างการฟ้องร้องกันในชั้นศาล          ปัจจุบัน ยังประนีประนอมเคลียร์หนี้กันไม่ได้  และเมื่อ 2-3 เดือนที่ผ่านมา บริษัท ไชน่า หมิงหัว ได้ไปนำเรือมาอีก 1 ลำ จากจีน เพื่อมาดูดทรายแทน และส่งคนขึ้นไปควบคุมเรือ Le Thong Optimus Prime ไว้ โดยอ้างเจ้าของเรือ Le Thong Optimus Prime ซึ่งเป็นคนสิงคโปร์ เป็นหนี้อยู่ ประกอบกับเจ้าของเรือที่สิงคโปร์ถูกฟ้องล้มละลาย ตัวเองมีเรือดูดทราย 3 ลำ ได้ขายเรือทอดตลาดไปแล้ว 2 ลำ (ที่สิงคโปร์) ที่เหลืออีก 1 ลำ คือเรือ Le Thong Optimus Prime ต้องการนำไปขายทอดตลาดด้วย เช่นกัน โดยพยายามจะเปลี่ยนสัญชาติเป็นเรือไทย แล้วขายในประเทศไทย แต่ไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากเจ้าท่าพัทยา ยังตรวจสภาพเรือไม่แล้วเสร็จ

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 10 มิ.ย.65 เจ้าของเรือ Le Thong Optimus Prime ได้มอบอำนาจให้ นาย แจ๊คฯ ผู้ได้รับมอบอำนาจจากเจ้าของเรือชาวสิงคโปร์ ไปแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.พัทยา ว่า “ตามข้อหาความผิดเกี่ยวกับเสรีภาพ” และในวันนี้ผู้ได้รับมอบอำนาจ จากเจ้าของเรือ (นายแจ๊ค) ได้นำสื่อมวลชนและทีมงาน ไปที่เรือ Le Thong Optimus Prime เพื่อต้องการยึดเรือคืน โดยอาศัย จนท.ศรชล./เจ้าท่า เป็นผู้นำขึ้นเรือ แต่เจ้าท่าพัทยา ไปตรวจสอบเรือ Le Thong Optimus Prime สมอเกา แล้วเกิดเฉี่ยวชน เรือวินเฟรซ พาราเซล ได้รับความเสียหาย โดย จนท.ศรชล.จว.ชบ.ร่วมลงเรือไปลำเดียวกับ จนท.เจ้าท่า โดยได้แนะนำให้กลุ่มได้รับมอบอำนาจจากเจ้าของเรือ (นายแจ๊ค) และทีมงาน ที่นำเรือสปีดโบ๊ท 2 ลำ ไปที่เรือเพื่อยึดเรือคืน ให้นำ จนท.ตำรวจ ซึ่งรับแจ้งเหตุ เป็นผู้นำขึ้นเรือ แทนที่จะให้ จนท.ศรชล.หรือเจ้าท่า เป็นผู้นำขึ้นเรือ จนกระทั่ง เมื่อเวลา ประมาณ 17.30 น. กลุ่มเรือสปีดโบ๊ท 2 ลำ ของกลุ่มได้รับมอบอำนาจจากเจ้าของเรือ (นายแจ๊ค) ได้นำเรือกลับเข้าฝั่ง การปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

Related posts