ผบ.ฉก.นราธิวาส ตรวจพื้นที่การก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำสุไหงโกลก บริเวณแนวชายแดนด้านไทย- มาเลเซีย

เมื่อวันที่  22 มิถุนายน 2565 ที่ ฐานปฏิบัติการกองร้อยชุดควบคุมป้องกันชายแดน ที่ 4 บ้านศรีพงัน ตำบลเกาะสะท้อน อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส พลตรี เฉลิมพร ขำเขียว ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15 / ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส พร้อมด้วย พันเอก ก่อเกียรติ เข็มแดง รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส  และส่วนที่เกี่ยวข้อง เดินทางลงพื้นที่ เพื่อติดตามความคืบหน้า และตรวจสอบพื้นที่โครงการก่อสร้างผนังเขื่อนป้องกันตลิ่ง และการก่อสร้างรั้วความมั่นคงอีเล็กทรอนิกส์ ตามโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมพื้นที่ชายแดน ตามแผนงานโครงการก่อสร้างรั้วชายแดนไทย-มาเลเซีย พร้อมทั้งเพื่อเตรียมความพร้อมในการให้การต้อนรับ นายฉัตรชัย  บางชวด รองเลขาธิการ สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) / รองผู้อำนวยการสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (สล.คปต.) และคณะ เดินทางลงพื้นที่ เพื่อตรวจเยี่ยมสถานที่ในการดำเนินโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดระเบียบชายแดน (กิจกรรมเสริมสร้างรั้วตามแนวชายแดนไทย – มาเลเซีย) ในวันเสาร์ที่ 25 มิถุนายน 2565 นี้

ซึ่งการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำสุไหงโกลก มีระยะทาง 7.528 กิโลเมตร บริเวณแนวชายแดนด้านมาเลเซีย ในพื้นที่ ตำบลเกาะสะท้อน, ตำบลโฆษิต และตำบลนานาค อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส  โดยในระยะแรกดำเนินการในพื้นที่ ตำบลเกาะสะท้อน เป็นระยะทาง 830 เมตร  และการก่อสร้างรั้วความมั่นคงอีเล็กทรอนิกส์ ระยะทางยาว 6 กิโลเมตร จะมีการติดตั้งระบบ CCTV ในพื้นที่ 4 ชุมชนริมตลิ่งแม่น้ำสุไหงโกลก ในพื้นที่ อำเภอตากใบ คือ ชุมชนตาบา ตำบลเจ๊ะเห ชุมชน ตำบลเกาะสะท้อน ชุมชน ตำบลโฆษิต และชุมชน ตำบลนานาค ซึ่งกล้อง CCTV ทั้ง 357 ตัว มีประสิทธิภาพในการจับใบหน้า การซูม จับภาพมองคงที่และการหมุนไปมา ที่ไม่ได้สร้างผลกระทบต่อวิถีชีวิตของประชาชนทั้ง 2 ฟากฝั่ง

โดยโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมพื้นที่ชายแดน ตามแผนงานโครงการก่อสร้างรั้วชายแดนไทย-มาเลเซีย สร้างขึ้นเพื่อป้องกัน สกัดกั้น ยับยั้งการลักลอบขนย้าย อาวุธ ยาเสพติด แรงงานต่างด้าว สิ่งผิดกฎหมายต่างๆ และการคัดกรองบุคคล ตลอดจนเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 หรือสายพันธุ์โควิด-19 กลายพันธุ์จากโอมิครอน เป็นสายพันธุ์อื่นๆ หรือแม้แต่โรคติดต่อที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อพัฒนาระบบบริหารจัดการพื้นที่ชายแดนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มีเอกภาพ และเพื่อให้พื้นที่ชายแดนมีความมั่นคงปลอดภัย สนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจบริเวณชายแดน อีกทั้งรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อลดเหตุความรุนแรง ความสูญเสียชีวิต และทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนในพื้นที่อีกด้วย

ปทิตตา หนดกระโทก ผู้สื่อข่าว นราธิวาสรายงาน

Related posts