สระแก้วพร้อมด้วยอีก 2 จังหวัดของกัมพูชา จับมือกันเร่งประชุมวางแนวทางการเปิดพรมแดนเต็มร้อย ภายใน 1-2 เดือนนี้

23มิ.ย.65 ที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว นายปริญญา โพธิสัตย์ ผวจ.สระแก้วพร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องฝ่ายไทย และนายอูม เรียแตร็ย ผวจ.บันเตียเมียนเจย พร้อมหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง,ฯพณฯทู เพีย รอง.ผวจ.พระตะบอง พร้อมหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องฝ่ายกัมพูชา ได้ประชุมร่วมกันเพื่อวางแนวทางการเปิดพรมแดนร้อยเปอร์เซ็น เพื่อให้ประชาชนทั้งสองประเทศเดินทางไปมาหาสูกันและทำงาค้าขายกันได้อย่างปกติ โดยที่ประชุมได้มีมติจัดตั้งคณะทำงานขึ้นศึกษารายละเอียดต่างๆเพื่อจะได้นำเข้าสู่ประชุมใหญ่อีกครั้งหนึ่ง และทำข้อตกลงร่วมกันเพื่อเปิดพรมแดนเต็มร้อยในอีก1-2 เดือนข้างหน้า

นายปริญญา โพธิสัตย์ ผวจ.สระแก้วเปิดเผยว่าสำหรับการเปิดพรมแดนไทยกัมพูชาทางด้าน จ.สระแก้วทั้งฝ่ายไทยและกัมพูชาจะต้องมีการทำความเข้าใจกันก่อน ดังนั้นในวันนี้จึงจะต้องมีการพูดคุยกันไม่ว่าจะเป็นการข้ามชายแดนโดยการใช้รถยนต์ของบุคคลซึ่งเป็นปัญหาที่จะต้องควบคุมดูแลเป็นพิเศษ ดังนั้น จ.สระแก้วพร้อมด้วย จ.บันเตีนเมียนเจยและจ,พระตะบองจึงได้ประชุมตั้งคณะทำงานขึ้นมา โดยมีรอง ผวจ.ทั้งสามจังหวัดเป็น เป็นประธานสำหรับพูดคุยถึงประเด็นต่างๆในการเปิดพรมแดน เพื่อจะได้นำเอาประเด็นและปัญหามาเสนอต่างๆมาเสนอต่อ ผวจ.ทั้งสามจังหวัดในที่ประชุมใหญ่ที่จะจัดขึ้นในปลายเดือนหน้า ซึ่งทั้งสามจังหวัดจะได้นำเอาข้อตกลงในที่ประชุมมาเป็นข้อตกลงหรือMOU กันสำหรับการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนทั้งสองประเทศได้เดินทางไปมาหาสู่กันตามปกติอีกครั้งหนึ่งและทำธุรกิจการค้ากันต่อไป

ส่วนในวันที่ 1 ก.ค.65 นั้นคงจะยังไม่อนุญาตให้รถเข็นของประเทศกัมพูชาเดินทางข้ามชายแดนเข้ามาฝั่งประเทศไทย เนื่องจากจะต้องรอคณะดำเนินการของทั้งสามจังหวัดหาข้อสรุปกันก่อน ซึ่งจะต้องใช้ระยะเวลาสักระยะหนึ่งจึงจะสามารถอนุญาตให้รถเข็นล้อเลื่อนกัมพูชาข้ามมาฝั่งประเทศไทยได้ เพราะปัญหาต่างๆส่วนใหญ่อยู่ในฝั่งประเทศกัมพูชา ส่วนทางฝั่งประเทศไทยไม่มีปัญหาอะไร ส่วนประเด็นหลักที่จะต้องเร่งดำเนินการก็คือ รถยนต์ส่วนบุคคลที่จะเดินทางเข้าออกประเทศ ,การขยายเวลาจาก3วันเป็น7วันในบอเดอร์พาสของชาวกัมพูชา ,การเดินทางเข้ามาทำงานในประเทศไทยของชาวกัมพูชา และการใช้รถเข็นบรรทุกสินค้าจากฝั่งกัมพูชาเข้ามาฝั่งประเทศไทยโดยใช้แรงงานกัมพูชาเป็นผู้ลากจูงเข้ามาฝั่งไทยแบบรายวัน ซึ่งประเด็นทั้งหมดนี้ทางคณะกรรมการจะได้เร่งประชุมพูดคุยกันภายในเดือนหน้าหากไม่มีปัญหาใดๆเกิดก็จะสามารถเปิดชายแดนได้เต็มร้อยภายใน 1-2 เดือนนี้อย่างแน่นอน

Related posts