เจ้าสำนักเผย “ไอ้โอ๋” ยอมรับปีนกระท่อมเข้าไปข่มขืนยาย79 ปี จริง

 

เจ้าสำนักเผย “ไอ้โอ๋” ยอมรับปีนกระท่อมเข้าไปข่มขืนยาย79 ปี จริง ขณะที่ ผกก.ฯลั่น ไม่ใช่เหตุซึ่งหน้าต้องรวบรวมหลักฐานขอหมายจับ พร้อมตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงสิบเวร ปล่อย “ไอ้โอ๋” วิ่งหนีไปต่อหน้า ย้ำชัดต้องติดตามตัวนายโอ๋กลับมาให้ได้ภายใน 30 วัน หากไม่สามารถดำเนินการได้จะมีการพิจารณาโทษทางวินัยทันที

 

จากกรณีที่นายอัจฉริยะ สีทา หรือนายโอ๋ อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 148 ม.1 ต.บางภาษี อ.บางเลน จ.นครปฐม ก่อเหตุข่มขืน นางสมยา ปรางทอง อายุ 79 ปี อยู่บ้านเลขที่ 201ม.2 ต.จระเข้ อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นผู้พิการขาขวาขาด ขณะนอนพักผ่อนอยู่ในห้องพักภายในสวนปฏิบัติธรรม เหตุเกิดเมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 13 มีนาคม 2564 และถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวเอาไว้ได้ แต่สามารถเดินหนีออกจาก สภ.หนองเรือและหลบหนีไป ตามข่าวที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น

 

 

ความคืบหน้าในเรื่องนี้ เมื่อเวลา 08.30 น.วันที่16 มี.ค. 2564 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ที่สวนปฏิบัติธรรมบ้านนาโน ม.8 ต.บ้านเม็ง อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น เพื่อดูจุดที่เกิดเหตุ ซึ่งภายในสวนปฏิบัติธรรมนั้น มีการแบ่งพื้นที่ไว้เป็นสัดส่วน โดยพระที่เป็นเจ้าสำนักสวนปฏิบัติธรรม( เจ้าตัวไม่ให้ชื่อ แต่ให้ข้อมูล) ได้พาผู้สื่อข่าวไปดูจุดที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นกระท่อมขนาดกว้าง 4X4เมตร สูงจากพื้นประมาณ 1เมตร กระท่อมหลังดังกล่าว มีเหล็กดัด และผ้าล้อมรอบไว้อย่างดี ตั้งอยู่ทางด้านทิศเหนือของสวนฏิบัติธรรม ภายในกระท่อมมีที่นอน พัดลม และเครื่องครัว หม้อหุงข้าว กระทะ วางไว้อย่างเป็นระเบียบ ส่วนนางสมยา ทราบว่า ลูกสาวรับกลับบ้านแล้ว

 

เจ้าสำนักฯ กล่าวอีกว่า นางสมยาเป็นโยมที่ชอบมาปฏิบัติธรรมที่สวนปฏิบัติธรรมหลายปีแล้ว เป็นผู้พิการขาขวาขาด และได้ตัดสินใจบวช เพื่อปฏิบัติธรรมที่สวนปฏิบัติธรรมมาได้ 3 ปีแล้ว ลูกหลานจึงสร้างกระท่อมแบบง่ายๆให้พัก ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหา กระทั่งมีคนร้าย ซึ่งเป็นลูกจ้างของชาวสวน ที่มาปลูกพืชที่เชิงเขาภูเม็ง มาพักอาศัยอยู่ไม่ห่างจากสวนปฏิบัติธรรม มาก่อเหตุดังกล่าวขึ้น โดยเวลาประมาณตีสองของวันเสาร์ที่13 มีนาคม ที่ผ่านมา ได้ยินเสียงตีหม้อจากกระท่อมของนางยา พระสงฆ์ในวัด รวม 4 รูป จึงตื่นและมาที่กระท่อม จึงทราบว่า มีคนร้ายปีนกระท่อมเข้าไปข่มขืนนางยา แล้วเอาลูกกุญแจไปและล็อคกุญแจจากด้านนอก ไม่ให้นางยาออกมาจากกระท่อมได้

“เมื่อทราบรายละเอียด จึงแจ้งผู้ใหญ่บ้านให้ทราบ จากนั้นมีการแจ้งตำรวจและแจ้งให้ลูกหลานของนางยา เอากุญแจสำรองมาเปิด ช่วยเหลือนางยาออกจากกระท่อม และไปแจ้งความที่ สภ.หนองเรือ และในช่วงสายของวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ควบคุมตัวคนร้ายได้ เอาตัวมาชี้จุดที่ก่อเหตุ ซึ่งเห็นคนร้ายชี้จุดที่ปีนเข้าไปในกระท่อม โดยคนร้ายใช้เท้าเหยียบเหล็กดัดมุปีนขึ้นไปดใต้ชายคาเข้าไปด้านใน จากนั้นทำการข่มขืนนางยา แล้วหลบหนีไปพร้อมลูกกุญแจ”

ขณะที่ พ.ต.อ.ภพกร กวินโยธิน ผกก.สภ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาได้หลังเกิดเหตุจริง ซึ่งขณะถูกควบคุมตัวนั้น ผู้ต้องหาได้พาไปชี้จุดที่ตัวเองก่อเหตุจริง แต่เมื่อถึงสภ.หนองเรือ พนักงานสอบสวนได้ทำการสอบปากคำ นายโอ๋ ให้การปฏิเสธ ดังนั้น ในขั้นตอนของการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ หากสอบสวนแล้ว ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ ก็ต้องทำการรวบรวมพยานหลักฐาน แรอผลตรวจร่างกายของนางยางจากแพทย์ รวมถึงการตรวจดีเอ็นเอ เพื่อเก็บหลักฐาน จากนั้นจึงจะมีการขอศาลจังหวัดชุมแพ ออกหมายจับนายโอ๋ เพราะกรณีดังกล่าวไม่ใช่เหตุซึ่งหน้า เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงจับกุมนายโอ๋ในข้อหาข่มขืนได้ แต่ลักษณะและพฤติกรรมที่น่าสงสัยว่าเสพยาเสพติด จึงตรวจปัสสาวะและพบปัสสาวะเป็นสีม่วง จึงจับกุมนายโอ๋ ในข้อหาเสพยาเสพติดและคุมขังไว้ที่ห้องควบคุม สภ.หนองเรือ แลขณะที่พนักงานสอบสวนเบิกตัวออกจากห้องควบคุมเพื่อมาสอบสวนเพิ่มเติมในคดีเสพยาเสพติดและดีข่มขืน นายโอ๋ก็หลบหนีไป

” เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะนี้ได้มีการตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงทั้งในส่วนของพนักงานสอบสวนที่เบิกตัวผู้ต้องหา และสิบเวรยามด้วย เพื่อให้ทราบข้อเท็จจริงกับกรณที่นายโอ๋หลบหนีไปในครั้งนี้ ซึ่งในเบื้องต้นทั้งพนักงานสอบสวน และสิบเวรยามต้องทำการติดตามตัวนายโอ๋ กลับมาดำเนินคดีตามกฎหมายในทุกข้อหาภายใน 30 วัน หากไม่สามารถดำเนินการได้จะมีการพิจารณาโทษทางวินัย ตามขั้นตอนต่อไป”

Related posts