ข่าวเด่นประเด็นดัง- #ชลบุรี #นายอำเภอเอาจริง #บุกรุกตำหรุสาธารณะ #ผิดจริงดำเนินคดี

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 27 เมษายน 2563 ที่ห้องทำงาน นายอำเภอเมืองชลบุรี นายสุคนธ์  สุวรรณศักดิ์สิน นายอำเภอเมืองชลบุรี ตอบผู้สื่อข่าวถึงกรณี นางพรพนิต รัตนกุล  อายุ 50 ปี บ้านเลขที่  9 ม.12 ต.หนองรี อ.เมือง จ.ชลบุรี  ซึ่งเป็นผู้ครอบครองที่ดินพื้นที่ 26 ไร่ 72 ตารางวา  ม.12 ต.หนองรี อ.เมือง จ.ชลบุรี   ได้ทำหนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับนายอำเภอเมืองชลบุรี  ให้ถือปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการดูแลรักษาและคุ้มครองป้องกันที่ดินอันเป็นสาธารณะสมบัติของแผ่นดิน สำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน พ.ศ.2553 โดยได้เรียกร้องให้ 1. เปิดตำหรุสาธารณะประโยชน์ มีความกว้าง 4 เมตร 2. แจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับผู้บุกรุกที่ดินอันเป็นสมบัติของสาธารณะสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน  โดยระบุว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2551 จนปัจจุปันเป็นเวลา 10 ปีเศษ   มีผู้บุกรุกที่ดินอันเป็นสาธารณะสมบัติของแผ่นดิน บริเวณพื้นที่ ม.12 ต.หนองรี อ.เมือง จ.ชลบุรี ระยะทาง 250 เมตร กว้าง 4 เมตร  หน่วยงานของท่านก็ยังปล่อยปละละเลย ไม่ดำเนินการกับผู้บุกรุกจนชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน ทั้งที่มีพยานหลักฐานที่เป็นพยานเอกสาร พยานบุคคลครบถ้วนทุกประการ  โดยให้นายอำเภอเมืองชลบุรี ดำเนินการตามกฎหมายให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน  นับแต่วันได้รับหนังสือนี้ หากเพิกเฉยจะขอใช้สิทธิตามกฎหมายดำเนินคดี    อีกทั้งยังระบุว่า การเปลี่ยนแปลงตำหรุสาธารณะประโยชน์เป็นทางสาธารณะประโยชน์ ขอให้ทางอำเภอเมืองชลบุรีดำเนินการหลังจากเปิดตำหรุสาธารณะประโยชน์เรียบร้อยแล้ว   นายสุคนธ์ ได้กล่าวว่าหลังจากได้รับหนังสือร้องเรียนก็ได้เรียก อบต.หนองรี มาคุยและให้ไปตรวจสอบเมื่อ 2 วันที่แล้วว่ามีการบุกรุกจริงหรือไม่จริงตามหนังสือร้องเรียน เรื่องมันเกิดตั้งแต่ปี 52 มีการรังวัดตำหรุสาธารณะประโยชน์มีความกว้างประมาณ 5 เมตร  แต่ในส่วนเจ้าของที่ดินฝั่งตรงข้ามที่ถูกร้องเขาไม่ได้เป็นคนน้ำชี้  มีเพียงปลัดอาวุโสเดิมเป็นคนน้ำชี้ เขาก็ไม่ได้คัดค้านในส่วนตรงนี้ ก็เลยให้ไปตรวจสอบถ้าพบว่ามีการบุกรุกก็จะให้ อบต.แจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป  ในส่วนการขอเปลี่ยนแปลงตำหรุสาธารณะประโยชน์เป็นทางสาธารณะนั้นก็อยู่ระหว่างดำเนินการ เรื่องอยู่ที่ ๆ ดินจังหวัดชลบุรีมาตั้งนานแล้ว  ทางที่ดินก็ขอรายละเอียดกับตัวเอกสารเพิ่มเติม  การเดินต่อก็เป็นส่วนของที่ดินจะเสนอต่อไป ในการขอใช้ประโยชน์ในที่สาธารณะ เราก็ทำต่อไม่ใช่ว่าพอรับเรื่องแล้วไม่ทำ ที่ผ่านมาผมไม่ได้รับทราบว่าข้อมูลมันเป็นอย่างไร เพราะว่าเรื่องทางนายอำเภอเก่าเขาก็ทำเรื่องไปหมดแล้วในส่วนของการแก้ไขปัญหาการบุกรุกเขาก็แจ้งให้อบต.ดำเนินการแล้วไม่ใช่ไม่แจ้ง แต่ถ้าทางผู้บุกรุกเขาบอกว่าไม่ได้บุกรุกมันก็ต้องมีการพิสูจน์ซึ่งการพิสูจน์ก็ต้องให้ที่ดินออกไปรังวัดให้ชัดเจนว่าแนวเขตมันอยู่ในระดับไหน ต้องไปดูว่าที่เขาปักเสามันล้ำเขตของที่สาธารณะหรือเปล่า เพราะการที่จะฟ้องเขา ทางที่ดินต้องเป็นพยานถ้ามีการรังวัดแล้วแสดงว่าเขารุกเราก็ดำเนินการทันที ผู้สื่อข่าวถามว่าที่ผ่านมาทำไมมีการตรวจสอบกันล่าช้านานเป็น 10 ปี นายสุคนธ์ กล่าวว่าเข้าใจว่าเรื่องที่ผ่านมาทางอำเภอไม่ได้อยู่เฉย ๆ  ก็ได้แจ้งอบต.ให้ดำเนินในเรื่องการบุกรุกส่งเรื่องต่าง ๆ ไปยังจังหวัดกับทางที่ดิน ในเรื่องการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ในที่สาธารณะ แต่ในบางจุดที่ผมไปเช็คเรื่องมันจะเป็นการสื่อสารโดยตรงระหว่างอบต.กับจังหวัด กับทางที่ดินโดยไม่ผ่านอำเภอเลยก็มี เพราะไปเช็คหนังสือแล้วหลังจากผู้ร้องเรียนร้องมา ไปตรวจสอบแล้วทางอบต.เขาก็ไปหาจังหวัดไปหาที่ดินโดยตรง ซึ่งทางอำเภอก็เข้าใจว่าเรื่องนี้มีการเดินต่อเป็นไปตามกระบวนการและขั้นตอนอยู่แล้ว  ผู้สื่อข่าวถามว่าระยะเวลาในการดำเนินการจะเป็นปี ๆ หรือเปล่า นายสุคนธ์กล่าวว่ามันต้องแยกเป็น 2 ประเด็นการบุกรุกที่สาธารณะใช้เวลาไม่นาน ถ้ารู้ว่าบุกรุกปั๊บที่ดินลงไปดูและยืนยันก็จะดำเนินคดีทันที โดยจะกำชับให้ท้องถิ่นคืออบต.หนองรีเป็นผู้ดำเนินการ ถ้าท้องถิ่นไม่ดำเนินการท้องถิ่นก็จะโดนข้อหาละเว้นในการปฎิบัติหน้าที่ ถ้าไม่ดำเนินการก็ดำเนินการสอบวินัยและดำเนินคดีกับท้องถิ่น  การเปลี่ยนแปลงตำหรุสาธารณะนั้นมันจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนต้องเริ่มตั้งแต่การทำประชาคม แต่เรื่องนี้ก็ได้สรุปตั้งแต่ปี 52 แต่ตอนนี้เช็คแล้วว่าเรื่องมันไปติดอยู่ที่ๆดินนานเพราะอะไร
ปฎิบัติหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมกับระบุว่าถ้าไม่ พื้นที่ข้างเคียงแปลงที่ดินของนางพรพนิต รัตนกุล ผู้ครอบครอง  จากเดิมมีสภาพเป็นตำหรุสาธารณะประโยชน์ มีความยาวประมาณ 250 เมตร  ซึ่งตำหรุดังกล่าวมีพื้นที่ติดกันกับที่ดินของอดีตนายตำรวจยศผู้กำกับ นายหนึ่ง ปัจจุปันได้เสียชีวิตไปแล้ว    แต่สภาพปัจจุปันของตำหรุสาธารณะประโยชน์นั้น  ได้มีการนำดินมาถมทับตำหรุสาธารณะประโยชน์ทำให้ทับทางน้ำไม่สามารถไหลผ่านได้    เมื่อมีน้ำฝนตกมาน้ำจะไหลบ่าเข้าท่วมที่ดินของนางพรพนิตที่ตนเองเป็นผู้ดูแลอยู่ ทำให้ได้รับความเดือดร้อน  ก่อนหน้านี้นางพรพนิต ได้เปิดทางในที่ดินที่ให้ชาวบ้านที่เช่าอาศัยใช้เป็นเส้นทางผ่านเข้าออกได้  ต่อมาผู้เช่าได้ยกเลิกสัญญาทำให้นางพรพนิตจึงปิดเส้นทางดังกล่าว จนกระทั่งมีการฟ้องร้องกันสู่ศาล   ต่อมาศาลจังหวัดชลบุรีได้เจรจาไกล่เกลี่ยร่วมกัน 3 ฝ่าย โจทก์ จำเลย และองค์การบริหารส่วนตำบลหนองรี เจ้าของพื้นที่  ได้ข้อสรุปว่าให้ องค์การบริการส่วนตำบลหนองรี อ.เมือง จ.ชลบุรี แปลงตำหรุสาธารณะประโยชน์ ซึ่งเป็นพื้นที่ติดกับแนวที่ดินของนางพรพนิต และที่ดินของอดีตผู้กำกับ ให้เป็นทางสาธารณะ   แต่สภาพตำหรุสาธารณะประโยชน์ในปัจจุปันนั้น  ได้ถูกผู้ครอบครองได้ทำการถมที่ดินทับตำหรุสาธารณะประโยชน์จนไม่สามารถเป็นตำหรุสาธารณะประโยชน์ได้อีกต่อไป   จึงมีการแจ้งเรื่องไปยังนายอำเภอเมืองชลบุรี  เพื่อให้ทำการรังวัดแนวเขต เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2552  โดยทางอำเภอเมืองชลบุรี ได้ร่วมกับที่ดินจังหวัดชลบุรี ตรวจสอบที่ดินระหว่างโฉนดที่ดินเลขที่ 33605 และเลขที่ 2839 ดังกล่าว พบว่าเป็นตำหรุสาธารณะประโยชน์ตรงกับโฉนดที่ดินทั้ง 2 แปลงจริง    โดยมีการรังวัดและแจ้งให้เจ้าของที่ดินเพื่อชี้แนวเขตที่ดินตามระเบียบของราชการ  และสำนักงานที่ดินจังหวัดชลบุรี ได้แจ้งผลการรังวัดโดยมีความกว้างของตำหรุสาธารณะประโยชน์มีความกว้าง 4 เมตร ยาว 250 เมตร เมื่อปี 2553     จนถึงวันนี้ ปี 2563 เวลาผ่านไปล่วงเลยมา 10 ปีเศษผ่านนายอำเภอเมืองชลบุรีมาหลายคน   การอนุมัติเปลี่ยนแปลงตำหรุสาธารณะประโยชน์ก็ยังไม่ได้รับการอนุมัติ อีกทั้งตำหรุสาธารณะประโยชน์ยังถูกเอกชนเข้าถือครอง มีการปักเสาไว้ชัดเจน จึงอยากจะร้องเรียนผ่านสื่อมวลชนเพื่อให้ทางอำเภอเมืองชลบุรี ดำเนินการให้เป็นไปตามผลการไกล่เกลี่ยของศาลจังหวัดชลบุรีคือ แปลงสภาพตำหรุสาธารณะประโยชน์ให้เป็นทางสาธารณะพร้อมทั้งวางท่อระบายน้ำให้น้ำไหลผ่านเพื่อป้องกันน้ำท่วม

รุ่งรัตน์ ชลบุรี

By admin1
No widgets found. Go to Widget page and add the widget in Offcanvas Sidebar Widget Area.