เทศบาลฯขอนแก่น “ทุ่มงบ 146 ลบ.” ช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยในสถานการณ์โควิด

   เทศบาลฯขอนแก่น ทุ่มงบ 146 ลบ.ช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยในสถานการณ์โควิด ปรับลดดอกเบี้ยลงเหลือที่ ร้อยละ 0.125 ต่อเดือน ขยายเวลาการผ่อนชำระ “ธีระศักดิ์”เผย เราต้องช่วยเหลือกันในภาวะวิกฤติหลังพบประชาชนส่วนใหญ่นำของมีค่ามาจำนำมากขึ้น ทั้งรถจักรยาน-ผ้าข้าวม้า หรือแม้กระทั่งมีดทำครัวเมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 21 เม.ย.2563 ที่สถานธนานุบาลแห่งที่ 1 เทศบาลนครขอนแก่น ซึ่งตั้งอยู่ภายในคุ้มหนองคู เขตเทศบาลนครขอนแก่น นายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธ์ นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น ลงพื้นที่ตรวจติดตามผลการดำเนินงานของสถานธนานุบาลหรือโรงรับจำนำ ในความรับผิดชอบของเทศบาลฯ เพื่อเน้นย้ำในมาตรการการให้บริการที่ปลอดภัย และการตรวจสอบสภาพคล่องของการให้บริการหลังพบว่ามีผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัโควิด-19 มาขอรับบริการในแต่ละวันมีเป็นจำนวนมากโดยคณะได้ตรวจสอบการให้บริการที่เป็นไปตามาตรการด้านสาธารณสุขของผู้ที่มารับบริการและผู้ให้บริการ การตรวจสอบสภาพคล่อง การบริหารจัดการทรัพย์สิน และการจัดเก็บทรัพย์สินโดยจากการตรวจสอบพบว่ายังคงผู้มีรายได้น้อยและผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนำสินค้าในประเภทต่างๆมาขอรับริการอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการนำรถจักรยานทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่,ตู้เย็น,เครื่องซักผ้า,คอมพิวเตอร์,ผ้าไหม,มีดทำครัว,มีดอีโต้,ชุดเครื่องเงินหรือแม้กระทั่งธนบัตรที่ระลึกหรือเงินขวัญถุงนายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธ์ นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น กล่าว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จึงทำให้เศรษฐกิจโดยรวมนั้นซบเซา หลายคนตกงาน ผลกระทบจากสถานประกอบการที่ปิดตัว ทั้งยังคงมีผลกระทบโดยตรงจากเศรษฐกิจที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นโรงรับจำนำของรัฐ จึงเป็นอีกหนึ่งที่พึ่งที่สำคัญของประชาชน ซึ่งเทศบาลฯ ได้ทำแผนการจัดเตรียมเงินหมุนเวียนเพื่อให้เกิดสภาคลอง เนื่องจากเทศบาลนครขอนแก่น มีสถานธนานุบาล หรือโรงรับจำนำ ในความรับผิดชอบทั้งหมด 2 แห่ง ซึ่งเทศบาลฯได้มีการเตรียมทุนสำรองเพื่อเป็นทุนหมุนเวียน แยกเป็นโรงรับจำนำแห่งที่ 1 จำนวน 96 ล้านบาท และแห่งที่ 2 นั้นมีเงินทุนหมุนเวียนอยู่ที่ 51 ล้านบาท ดังนั้นรวมทั้ง 2 แห่งที่มีเงินหมุนเวียนและมีสภาพคล่องในการดำเนินงานที่เทศบาลฯได้ดำเนินการเพื่อบรรเทาความเดอืดร้อนให้กับประชานในปีงบประมาณ 2563 อยู่ที่ 147 ล้านบาท ซึ่งยืนยันว่าเพียงพอต่อการให้บริการทั้งในช่วงของภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ราดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และการเตรียมการของเหล่าบรรดาผู้ปกครองในช่วงเปิดเทอมที่กำลังจะมาถึงในอีก 2 เดือนข้างหน้า“ เราจะเห็นว่าช่วงนี้ราคาทองขึ้น ที่ผ่านมาเราจะเห็นภาพในเรื่องของการจำนำมากกว่าไถ่ถอน แต่มาวันนี้ การไถ่ถอนและการจำนำในส่วนของทองคำรูปพรรณนั้นเท่าๆกัน แต่ถึงอย่างไรสิ่งของที่ประชาชนนำมาขอรับบริการนั้นคณะทำงานจะทำการประเมินมูลค่า ทั้งจากประสบการณ์และจากการเทียบเคียงราคาในท้องตลาดและราคากลางที่กำหนดไว้ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะตีมูลค่าจากสินค้ามือสอง มาผสมกับหลักการและหลักวิชาการ จนนำไปสู่การพิจารณาเงินจำนำของสินค้าในแต่ละประเภท”นายธีระศักดิ์ กล่าวต่ออีกว่า โรงรับจำนำของเทศบาลฯนั้นชัดเจนว่า อะไรก็ตามที่เป็นทรัพย์สินที่หมุนเวียน และสามารถที่จะนำไปจำหน่ายต่อไป และสามารถที่จะตีเป็นมูลค่าได้ เจ้าหน้าที่จะประเมินราคาตามสิ่งของที่นำมา แต่บางอย่างก็เป็นการช่วยเหลือกันในยามที่มีทุกข์ ซึ่งจะเห็นว่ามีทั้งผ้าขาวม้า หรือผ้าประจำถิ่นต่างๆ ซึ่งเราก็รับจำนำในราคาหลักร้อย เพื่อให้ผู้ที่นำสิ่งของมาขอรับบริการนั้นได้เดินหน้าต่อไปได้ “ เรามีการปรับลดอัตราดกเบี้ยตามนโยบายของรัฐบาล ในการให้ความช่วยเหลือประชาชนจากสถานการณ์โควิด-19 ที่โรงรับจำนำในสังกัดกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นจะนำมาปฎิบัติร่วมกัน โดยมีผลมาตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา คือการจำนำไม่เกิน 5,000 บาท ที่จะคิดอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่อัตราร้อยละ 0.125 บาทต่อเดือน วงเงินจำนวนไม่เกิน 30,000 บาท อัตราดอกเบี้ยจะอยู่ที่ร้อยละ 1 บาทต่อเดือน และ จำนำวงเงินไม่เกิน 100,000 บาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1 บาทต่อเดือน อีกทั้งยังคงมีการขยายระยะเวลาของการจำนำ จากเดิมกำหนดอยู่ที่ 4 เดือน 30 วัน ปรับเป็น 5 เดือน 30 วัน เพื่อให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์นี้นั้นได้มีเวลาในการผ่อนชำระ และมีสภาพคล่องในการใช้จ่ายเพื่อก้าวผ่านวิกฤติที่เกิดขึ้นนี้นั้นไปได้ด้วยกันโดยเร็วที่สุด”

##จักรพันธ์ นาทันริ ขอนแก่น //

By admin1
No widgets found. Go to Widget page and add the widget in Offcanvas Sidebar Widget Area.