สภาวะวิกฤติข้าวยากหมากแพงคนตกงานงานถูกยกเลิกทำให้บรรดาพวกมิจฉาชีพหันมาใช้โลกโชเชียลในการหลอกลวงชาวบ้านเดือดร้อนกันถ้วนหน้าล่าสุดได้มีชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนพากันเดินทางแห่มาแจ้งความกับคนร้ายรายนี้

สภาวะวิกฤติข้าวยากหมากแพงคนตกงานงานถูกยกเลิกทำให้บรรดาพวกมิจฉาชีพหันมาใช้โลกโชเชียลในการหลอกลวงชาวบ้านเดือดร้อนกันถ้วนหน้าล่าสุดได้มีชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนพากันเดินทางแห่มาแจ้งความกับคนร้ายรายนี้

เมื่อเวลา 12.10น.วันที่14ม.ค.65 นางศิริพร เจือจันทร์ อายุ50ปีบ้านเลขที่139/3 บ้านแตลตำบลแตลอำเภอศีขรภุมิจังหวัดสุรินทร์ได้เดินทางเข้าแจ้งความกับพ.ต.ต.วิทวัฒน์ แก้วเหลาพนักงานสอบสวนสภ.ศีขรภุมิจ.สุรินทร์พร้อมกับนำสลิปการโอนเงินของตนเองโอนให้นางอำพร เกิดรัมย์ในบัญชีธนาคารกรุงไทยเลขที่บัญชี3310267970ในจำนวนเงิน5,000บาทเมื่อเวลา12.46น.ของวันที่13ม.ค.65โดยอ้างว่าเดือดร้อนเรื่องเงินขอยืมก่อนตนจึงได้โอนไปแต่กลับทักมาขอเพิ่มอีก5,000บาทตนจึงบอกไปว่าไม่มีอีกแล้วก่อนที่จะฉงนคิดแล้วเดินไปบ้านของนางอัมพรหรือแก็ดญาติพี่น้องกันพร้อมกับเอ่ยปากไปถามไปทำอะไรทำไมเดือดร้อนเรื่องเงินแต่ถูกฝ่ายนางอัมพรตอบกลับว่าตนเองไม่ได้จนถึงขนาดนั้นทำไมต้องไปยืมเงินด้วยเท่านั้นเองรู้ว่าถูกหลอกจึงได้เดินทางนำสลิปการโอนเงินต่างๆเข้ามาแจ้งความไว้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ศีขรภูมิ

เมื่อตรวจสอบเพซบุ๊กของนางอัมพรพบว่าได้มีการถูกแฺฮ๊กจากกลุ่มมิจฉาชีพหลอกให้บรรดาที่รู้จักโอนเงินไปไม่ต่ำกว่า10รายซึ่งนางอำพรได้เดินทางไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันเอาไว้ที่สภ.ศีขรภูมิแล้วเพื่อยืนยันตัวตนมิได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆและยืมเงินใคร

ล่าสุด พ.ต.อ.กรธัช อู๊ดเจริญผกก.สภ.ศีขรภูมิได้รับทราบพร้อมกับจัดชุดสืบสวนชุดการข่าวลงพื้นที่และแกะข้อมูลจากโชเชียลหาตัวกลุ่มมิจฉาชีพมาลงโทษให้ได้ เนื่องจากสร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนในสภาพเศรษฐกิจที่ย่ำแย่อย่างนี้

Related posts