“บิ๊กโจ๊ก”จับมือ ปปง.จ่อยึดทรัพย์คดีค้ามนุษย์ กว่าพันล้านบาท

 

“บิ๊กโจ๊ก”จับมือ ปปง.จ่อยึดทรัพย์คดีค้ามนุษย์ กว่าพันล้านบาท

 

ตามนโยบายรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่ง ให้ทุกหน่วยเร่งรัดปราบปรามการค้ามนุษย์ทุกรูปแบบและใช้มาตรการยึดทรัพย์

พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. จึงได้สั่งการให้ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. ในฐานระ ผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว ป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ และภาคประมง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศพดส.ตร.), พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร. รองผู้อำนวยการ ศพดส.ตร.ดำเนินการ

ศพดส.ตร.ได้ดำเนินการจับกุมปราบปรามทุกรูปแบบมาต่อเนื่อง และได้ทำการสืบสวนขยายผลคดีค้ามนุษย์ที่เข้าข่ายทำการฟอกเงิน 48 คดี เป็นคดีที่อยู่ในความรับผิดชอบของตำรวจ 44 คดี ดีเอสไอ 3 คดี และ มหาดไทย 1 คดี มีมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท แต่การดำเนินการยังเป็นไปด้วยความล่าช้า

 วันนี้ (14 ม.ค.2565 เวลา 10.00 น.) พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร. จึงได้นำพนักงานสอบสวนที่รับผิดชอบทั้ง 48 คดี มาประชุมหารือกับ ปปง. พลตำรวจตรี ปิยะพันธ์ ปิงเมือง เลขาธิการ ปปง.ได้มอบหมายให้นายเทพสุ บวรโชติดารา รองเลขาธิการ ปปง. เป็นผู้แทนเข้าร่วมการประชุม เพื่อเสนอแนะแนวทางแก้ปัญหา เร่งรัดการตรวจยึดทรัพย์ให้มีประสิทธิภาพและรวดเร็วยิ่งขึ้น ณ ห้องประชุมอาคารสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า “ จากการจับกุมคดีค้ามนุษย์ที่ดำเนินการมาต่อเนื่องตามนโยบายรัฐบาล และทำการสืบสวนขยายผลเพื่อทำการยึดทรัพย์ พบว่ามีคดีที่เข้าข่ายมูลฐานความผิดที่สามารถยุดทรัพย์ได้ตามกฎหมาย ปปง.จำนวน 48 คดีมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท เพื่อให้การยึดทรัพย์รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ เป็นไปตามกระบวนการตามกฎหมาย จึงได้นำพนักงานสอบสวนที่รับผิดชอบคดีมาหารือร่วมกับ ปปง. ซึ่งทั้ง 48 คดีจะทำการยึดทรัพย์ 3 แนวทาง คือ 1) ทรัยพ์สินโดยตรง เช่น เงินสด 2) ทรัพย์สินที่เกิดจากการแปรสภาพ เช่น บ้าน รถ 3) ทรัพย์สินที่ผสมผสาน เช่น บ้านหรือรถที่ผ่อนชำระ

หลังจากที่ประชุมจะมีการกำหนด Timeline การทำงานที่ชัดเจน เช่น การออกคำสั่งสืบทรัพย์ มอบหมายให้ พงส.เข้าไปสืบทรัพย์ ตรวจค้น แล้วรายงานผลให้ที่ประชุมรับทราบตามขั้นตอน เพื่อจะได้ทำการยึดทรัพย์ และนำทรัพย์สินมาเยียวยาเหยื่อ ผู้เสียหายต่อไป”

ทั้งนี้คดีที่จะต้องเร่งดำเนินการในลำดับต้นต้นคือคดีที่ ศพดส.ตร. จับกุม ขบวนการค้ามนุษย์ในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 โดยสกัดจับกลุ่มขบวนการได้ที่จังหวัดชุมพรจนนำไปสู่การขยายผลจับกุมในอีกหลายพื้นที่ของอำเภอแม่สอดจังหวัดตาก และพบว่ามีเงินหมุนเวียนอยู่ในบัญชีมากกว่า 600 ล้านบาท

Related posts