จ.บุรีรัมย์ 9 ม.ค. 2565 พี่สาว ร้อง “ปวีณา” น้องชายเคยติดคุก ฆ่าพี่เขย และหลายชายวัย 9 ขวบ 2 ศพแล้ว เพิ่งออกจากคุก ดมกาว คลุ้มคลั่ง หวั่นฆ่าศพที่3

จ.บุรีรัมย์ 9 ม.ค. 2565 พี่สาว ร้อง “ปวีณา” น้องชายเคยติดคุก ฆ่าพี่เขย และหลายชายวัย 9 ขวบ 2 ศพแล้ว เพิ่งออกจากคุก ดมกาว คลุ้มคลั่ง หวั่นฆ่าศพที่3 ปวีณา รุด ประสาน พ.ต.อ.สมชัย โสภณปัญญาภรณ์ ผกก.สภ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ สามารถควบคุมตัวได้แล้ววันนี้ น้องชาย นายกร (นามสมมุติ) ฆ่าพี่เขย จำคุก 8 ปี ออกมาปี 2553 ก่อเหตุฆ่าหลานชายวัย 9 ขวบ อย่างโหดเหี้ยมอีกเมื่อกลางปี2556 โดยใช้มีดฟันที่ศรีษะลากร่างหลานชายไปกลางถนนหน้าบ้านขับรถมอเตอร์ไซต์ทับร่างและศรีษะจนสมองไหล จำคุก 8 ปี พึ่งพ้นโทษออกมาเมื่อ พ.ค. 64 กลับมา ดมกาว อีก รีดไถเงินพ่อแม่ทุกวัน พ่อแม่ไม่มีเงินก็ต้องไปหาหยิบยืมข้างบ้านมาให้และไม่รู้จะหนีไปอยู่ที่ไหนอีกทั้งยังมีหลานวัย 3 ขวบ อาศัยอยู่ด้วย จึงกลัวครอบครัวจะถูกฆ่าเป็นรายที่3 ปวีณา รับแจ้งเรื่องเร่งประสาน พ.ต.อ.สมชัย โสภณปัญญาภรณ์ ผกก. สภ.ลำปลายมาศ จว.บุรีรัมย์ ดำเนินการช่วยเหลือโดยด่วน ตำรวจนำกำลังเข้าให้การช่วยเหลือคุมตัวได้ทันที

สืบเนื่องวันที่ 8 ม.ค. 65 น.ส.ฟ้า (นามสมมุติ) พี่สาว ได้ติดต่อร้องทุกข์ขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ทางเพจเฟสบุ๊กมูลนิธิปวีณาฯ ว่า นายกร (นามสมมุติ) น้องชาย อายุ 43 ปี ดมกาว มีอาการหลอนคลุ้มคลั่ง เพิ่งพ้นโทษคดีฆ่าพี่เขย ติดคุก 8 ปี พ้นโทษออกมาปี 2553 ตัดสินใจบวช ทางครอบครัวหวังว่านายกรจะกลับตัวเป็นคนดีได้ แต่กลับติดสารระเหยอย่างหนักขณะที่บวช ทางวัดจึงให้สึก กลับมาอยู่ที่บ้านได้ไม่นานก่อเหตุฆ่าหลานชายวัย 9 ขวบ อย่างโหดเหี้ยมอีกเมื่อกลางปี2556 โดยใช้มีดฟันศรีษะลากร่างหลานชายไปกลางถนนหน้าบ้านขับรถมอเตอร์ไซต์ทับร่างและศรีษะจนสมองไหล จำคุก 8 ปี และเพิ่งพ้นโทษออกมาเมื่อเดือน พ.ค. 64 มาอยู่บ้านกับพ่อแม่ ไม่ยอมทำงาน รีดไถเงินพ่อแม่เพื่อนำไปซื้อกาวมาดม ถึงแม้ไม่มีเงินก็ต้องไปหาหยิบยืมมาให้และไม่รู้จะหนีไปอยู่ที่ไหนอีกทั้งยังมีหลานวัย 3 ขวบ อาศัยอยู่ด้วย จึงกลัวนายกรจะทำร้าย กระทั่งช่วงปีใหม่2564 ที่ผ่านมา ตนได้กลับไปเยี่ยมบ้าน และเห็นนายกรมีอาการหลอน จึงหวั่นกลัวว่าจะทำร้ายและฆ่าคนในครอบครัวเป็นรายที่สามอีก จึงตัดสินใจติดต่อขอความช่วยเหลือมาทางเพจเฟสบุ๊กของมูลนิธิปวีณาฯ นางปวีณา ประสาน พ.ต.อ.สมชัย โสภณปัญญาภรณ์ ผกก.สภ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ตำรวจเข้าคุมตัวนายกร (นามสมมุติ) และนำตัวมาที่ สภ.ลำปลายมาศ ทันที เพื่อป้องกันโศกนาฎกรรมซ้ำรอย

วันอาทิตย์ที่ 9 ม.ค. 65 วันนี้เวลา 10.30 น. นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ให้น.ส.ฟ้า (นามสมมุติ) พร้อมกับแม่ นางแพร (นามสมมุติ) และพ่อ นายคำ (นามสมมุติ) ได้เดินทางเข้าให้ปากคำเพิ่มเติม โดย พ.ต.อ.สมชัย โสภณปัญญาภรณ์ ผกก.สภ.ลำปลายมาศ มอบหมายให้ พ.ต.ท.นภดล แก้วชนะ รอง ผกก.สอบสวน รับเรื่องนำกำลังเข้าให้การช่วยเหลือทันที โดยคุมตัวนายกร (นามสมมุติ) มาสอบประวัติที่ สภ.ลำปลายมาศ และทราบว่าเคยมีประวัติก่อเหตุตามข้อมูลข้างต้นจริง จึงให้ ร.ต.อ.เรืองศักดิ์ แสงคำ พนักงานสอบสวน สอบปากคำพ่อแม่เป็นผู้ร้องทุกข์และยื่นต่อศาลจังหวัดบุรีรัมย์เพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองครอบครัว ส่วนตัวของนายกร (นามสมมุติ) ขณะนี้ตำรวจได้คุมตัวและแจ้งข้อหาว่า “ เสพสารระเหย (กาว) ”โดยผิดกฎหมาย ไว้แล้ว และจะนำตัวส่งศาลจังหวัดบุรีรัมย์ในวันจันทร์ที่ 10 ม.ค. 65 นี้ ทั้งนี้นางปวีณา ได้ประสาน นางณัฎญา จิตเกาะ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.บุรีรัมย์ ลงเยี่ยมครอบครัวและมูลนิธิปวีณาฯจะติดตามครอบครัวร่วมกับ พมจ.บุรีรัมย์อย่างใกล้ชิด

นางปวีณา กล่าวว่า ปัญหายาเสพติด เป็นปัญหาที่หลายหน่วยงานพยายามที่จะเข้ามาแก้ปัญหา ซึ่งในรอบปี 2564 ทางมูลนิธิปวีณาฯ ได้รับเรื่องร้องเรียนทั้งหมดจำนวน 11,267 ราย และในเรื่องที่สอดคล้องในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้เป็นปัญหายาเสพติด ซึ่งในปี 2564 ได้รับเรื่องร้องเรียน จำนวน 265 ราย ส่วนใหญ่จะเป็นกรณีสมาชิกในครอบครัวติดยาเสพติดคลุ้มคลั่ง มีอาการทางประสาท อาละวาดทำร้ายคนในบ้าน และญาติต้องการให้พาไปบำบัด ที่ผ่านมาการนำตัวผู้เสพไปบำบัดเพียง 45 วัน จะไม่ได้ผล หลังจากได้รับการบำบัดออกมาแล้วก็ยังเข้าสู่วงจรเดิม มูลนิธิปวีณาฯ ขอเสนอสู่รัฐบาลศึกษาการบำบัดผู้ติดยาเสพติดให้เป็นรูปธรรม “โครงการ มอบชีวิตใหม่ผู้ติดสารเสพติดคืนสู่สังคม ควรมีระยะเวลาบำบัด 24 เดือน ดังนี้ (1.) ฟื้นฟูสภาพจิตใจ 6 เดือน (2.) ฝึกอาชีพ 6 เดือน (3.) สร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ 12 เดือน เพื่อพวกเขาได้เดินกลับมาสู่สังคมโดยไม่หันมาหายาเสพติดอีก

Related posts